เปิดสถิติตัวเลขเด็กหายปี 60 มากกว่า 400 ราย

เปิดสถิติตัวเลขเด็กหายปี 60 มากกว่า 400 ราย

"รพ.ตร." จับมือ "มูลนิธิกระจกเงา - กองทะเบียนประวัติอาชญกร" เปิดสถิติตัวเลขเด็กหายปี 60 กว่า 422 ราย พบเด็กหญิงหายมากกว่าชายถึง 3 เท่า

ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคารสัจธรรม สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.อ.วาที อัศวุตมางกูร หัวหน้ากลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ ผู้กำกับการ 2 กองทะเบียนประวัติอาชญากร นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ร่วมกันแถลงสถานการณ์เด็กหายประจำปี 2560

นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า สถิติปี 2560 มูลนิธิได้รับแจ้งเด็กหาย จำนวน 422 คน พบปัญหาที่เด็กหนีออกจากบ้านเป็นความสมัครใจของเด็กเอง อายุเฉลี่ย 13-15 ปี เป็นเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กชายถึง 3 เท่า สาเหตุมาจากความรุนแรงในครอบครัว และถูกชักชวนไปอยู่กับแฟน รวมทั้งถูกโน้มน้าวจากคนรู้จักในโลกออนไลน์ ทั้งนี้ 3 ปีที่ผ่านมา แม้สถิติเด็กหายจะลดลงแต่ก็ถือว่ายังเป็นปัญหารุนแรงเนื่องจากเป็นเด็กหนีออกจากบ้านเกินกว่า 400 คนทุกปี อย่างไรตาม ยังพบว่า ในรอบ 4 ปี มีเด็กที่แจ้งหายถูกฆาตกรรม จำนวน 12 คน โดยมี 3 รายที่ไม่สามารถจับผู้กระทำได้ เช่น ในพื้นที่ สน.บางเขน คดี ดญ.ชาวกัมพูชา อายุ 7 ขวบ ถูกฆาตกรรม เมื่อเดือนเมษายน 2557 คดีเด็กอายุ 2 ขวบ ถูกพบเป็นโครงกระดูก ที่นครศรีธรรมราช และคดีเด็ก อายุ 6 ขวบ ถูกฆาตกรรมที่ จ.ภูเก็ต

พ.ต.อ.วาที อัศวุตมางกูร หัวหน้ากลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน สถาบันนิติเวชวิทยา กล่าวว่า สถาบันนิติเวชวิทยา ได้ดำเนินโครงการศูนย์กลางข้อมูลสารพันธุกรรม(เด็ก)ในประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน มีการเก็บข้อมูลสารพันธุกรรมเด็กไว้ในฐานข้อมูลประมาณ1,292 รายในจำนวนนี้เป็นข้อมูลที่ได้มาจากหลายหน่วยงานกล่าวคือเราได้รับการประสานขอความร่วมมือจากมูลนิธิกระจกเงาและมูลนิธิต่างๆในประเทศไทยที่ดูแลเด็กไร้ที่พึ่ง โดยเฉพาะเป้าหมายหลักเราต้องการเก็บข้อมูลของเด็กที่ไม่ทราบประวัติพ่อแม่ที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศอีกจำนวนหลายพันคน

ขณะที่ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า กระบวนการทำภาพสเก็ตซ์เด็กหายของกองทะเบียนมีมาตรฐานตามหลักสากล คือ เด็กหายที่มีอายุตำ่กว่า 18 ปี จะทำการสเก็ตซ์ภาพเมื่ออายุเพิ่มขึ้นทุก 2 ปี ส่วนเด็กหายที่อายุเกิน 18 ปี จะทำการสเก็ตซ์ภาพทุก 5 ปี ซึ่งห้วงเวลาดังกล่าวลักษณะใบหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลง หลักการคือต้องหาข้อมูลลักษณะทางกายภาพ รวมทั้งข้อมูล ภาพถ่าย ครอบครัว ญาติพี่น้อง ยืนยันความใกล้เคียงของใบหน้าทำตามหลักการ โครงหน้า ทรงผม ดวงตา ประเมินว่ามีความเหมือน 70%ในห้วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลง

เปิดสถิติตัวเลขเด็กหายปี 60 มากกว่า 400 ราย