"อภิสิทธิ์" เผยเตรียมยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัยคำสั่งหัวหน้าคสช.53/2560 ชี้ลิดรอนสิทธิ์เสรีภาพ-ผิดกระบวนการ
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ว่า เบื้องต้นทีมกฎหมายของพรรคประชุม และจะยกร่างคำร้องในวันนี้ (8 ม.ค.) โดยยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งนี้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าวระบุว่าหากสมาชิกพรรคต้องการเป็นสมาชิกต่อ ให้สมาชิกพรรคทำหนังสือยืนยันแจ้งหัวหน้าพรรค แต่ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ติดต่อระหว่างหน่วยงานอื่นให้ผ่านทางระบบสารสนเทศและระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ช่องทางดังกล่าวกลับไม่ให้ใช้ในการติดต่อระหว่างหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรค
นอกจากนี้ สมาชิกแสดงหลักฐานว่า มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ซึ่งตนสงสัยว่าหลักฐานคืออะไร ทั้งหลักฐานที่แสดงว่าไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เป็นบุคคลเสพยา เสพติดไม่เป็นบุคคลที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เป็นต้น
“คิดว่าทั้งหมดมีลักษณะเป็นการลิดรอนสิทธิ์และเป็นภาระเกินจำเป็นของสมาชิกพรรค และการแจ้งเรื่องราวให้แก่สมาชิกพรรคจำนวน 3 ล้านกว่าคนภายใน 30 วัน ถือเป็นภาระเกินจำเป็นของหัวหน้าพรรคด้วย และเห็นว่าการแสดงหลักฐานบังคับใช้แต่กับพรรคการเมืองเก่า แต่สำหรับพรรคการเมืองใหม่ไม่ต้องแสดงหลักฐาน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 วรรคสอง กำหนดให้การตรากฎหมายจะต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชน และต้องไม่ขัดกับกระบวนการตามปกติ ซึ่งกรณีนี้เป็นการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญเสียก่อน แต่สำหรับคำสั่ง คสช. ฉบับดังกล่าวไม่ได้ทำ ดังนั้นจึงขัดทั้งในแง่สิทธิเสรีภาพและกระบวนการ สำหรับข้อโต้แย้งว่าคำสั่ง คสช. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะคสช.คืออำนาจรัฎฐาธิปัตย์นั้น คิดว่าเมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่เท่ากับอำนาจมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวหมดสภาพไป ประกอบกับตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ไม่ได้เขียนรับรองการใช้อำนาจมาตรา 44 แสดงว่าสามารถโต้แย้งได้ อีกทั้งทุกคนต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ การใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.จึงต้องใช้ตามรัฐธรรมนูญด้วย ดังนั้น การออกคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 จึงไม่เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา44





