พรรคชาติไทยพัฒนา ชี้ "พล.อ.ประยุทธ์" ประกาศตัวเป็นนักการเมือง ประเมินความได้เปรียบ-เสียเปรียบการเมืองอยู่ที่ปชช. ชี้ออกแบบกติกาเพื่อเอื้อโอกาสอาจเสียเปรียบได้ ห่วงโรดแม็พเลือกตั้งขยับ
นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงว่าตนไม่มีความกังวลต่อประเด็นที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศสถานะว่าคือนักการเมือง และถือเป็นเรื่องน่ายินดี และตนขอยินดีต้อนรับ ส่วนประเด็นดังกล่าวจะนำไปสู่การลงสนามเลือกตั้งหรือแสดงเจตนาสนับสนุนพรรคการเมืองในการเลือกตั้งหรือไม่ ตนไม่ขอให้ความเห็น ส่วนที่หลายฝ่ายประเมินว่าประเด็นดังกล่าวจะทำให้เกิดความได้เปรียบทางการเมืองสำหรับพรรคการเมืองบางพรรคที่ คสช. สนับสนุนหรือไม่ ตนมองว่าผู้ที่ตัดสินใจคือประชาชน ต่อให้จะมีกติกาเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองอย่างไร แต่หากประชาชนรับทราบ อาจเปลี่ยนความได้เปรียบ เป็นความเสียเปรียบได้
นายนิกร กล่าวด้วยว่า ส่วนการเลือกตั้งภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ประกาศนั้นตนเชื่อมั่นว่าจะเกิดขึ้น แต่มีสิ่งที่ตนกังวลว่าอาจมีประเด็นทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป คือ ปัญหาการยื่นคำร้องต่อศาล กรณีที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่กรรมาธิการฯ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยเนื้อหา หรือ เชิญนักการเมืองฐานะผู้ปฏิบัติตามกฎหมายและมีส่วนเกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายดังกล่าว ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ มาตรา77 ไปให้ความเห็น ดังนั้นหากสนช. ผ่านร่างพ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับไปแล้ว โดยไม่รับฟังความเห็น หากมีปัญหาจะมีผู้นำไปร้อง และอาจทำให้โรดแม็พเลือกตั้ง ตามนายกฯ ประกาศเลื่อนออกไปได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวัง
นายนิกร ยังกล่าวสนับสนุนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความคำสั่งคสช. ที่ 53/2560 ว่าด้วยการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ประเด็นรอนสิทธิของประชาชนในความเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อให้เกิดความชัดเจนในสิทธิของประชาชนที่รัฐธรรมนูญรองรับ ทั้งนี้ตนไม่คิดว่าประเด็นดังกล่าวจะสร้างผลกระทบต่อบรรยากาศทางการเมือง





