วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวสิชลเดือนร้อนหนัก ร้องนายกฯถูกฟ้องไล่ที่

ชาวบ้านตำบลสิชลกว่า 360 คน 75 ครัวเรือนกำลังเดือดร้อนจากการถูกฟ้องร้องไล่ที่ ยืนยันเป็นพื้นที่ป่าชายเลนอาศัยมาราว 100 ปี ร้องนายกฯ ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.60 ชาวหมู่ที่ 2 ตำบลสิชล อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการดูแลจากทหารค่ายฝึกรบพิเศษที่ 4 อำเภอสิชล หลังจากที่ได้ลงขันร่วมกันเดินทางไปร้องเรียนกับพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 2 วันก่อน โดยชุมชนแห่งนี้มีชาวบ้านอาศัยอยู่ 75 ครัวเรือน รวม 365 คน และต่างยืนยันว่าเดิมเป็นป่าชายเลนหนาแน่น และรุ่นตายายได้หักร้างถางพงสร้างบ้านเรือนอาศัยมาแล้วกว่า 2 ชั่วคน รวมเวลาราว 100 ปี แต่พบว่าขณะนี้มีการออกเอกสารสิทธิครอบทั้งพื้นที่กว่า 20 ไร่ 2 ครั้ง ครั้งแรกมีการออกเมื่อปี 2529 และ พ.ศ.2553 โดยที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่ไม่เคยทราบมาก่อน มาทราบเมื่อถูกฟ้องขับไล่เมื่อราว 2 เดือนที่ผ่านมา

นางผ่อง มาลาเวช อายุ 90 ปี เปิดเผยว่าอพยพจากอำเภอหัวไทร พร้อมกับครอบครัว มาอาศัยในพื้นที่นี้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี จนถึงอายุ 90 ปี มีลูกถึง 13 คน มาอาศัยครั้งแรกพื้นที่เป็นป่าชายเลนทั้งหมดไม่มีคนอาศัย ได้มาเริ่มบุกเบิกสร้างบ้านในป่าชายเลน เต็มไปด้วยโคลนเลน แต่เมื่อกรมเจ้าท่ามาดูดทรายจากปากน้ำมากองในพื้นที่ทำให้พื้นที่สูงขึ้น มีผู้อาศัยจำนวนมากแต่มาตอนนี้ถูกไล่ที่ ซึ่งชาวบ้านได้รวมกันไปเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือตรวจสอบขอที่อาศัยให้ชาวบ้านที่อยู่มานานแล้วด้วย และหากถูกไล่ที่แบบนี้ที่สุดท้ายคงจะต้องไปสร้างแพอยู่ในทะเล

เช่นเดียวกับ นางเผี้ยน แก้ววิจิตร อายุ 87 ปี ระบุว่าหากชาวบ้านทั้งหมดนี้อาศัยมายาวนานเกือบ 100 ปีแล้วถูกไล่ที่ออกไปทางเดียวที่จะขอพึ่งคือไปอาศัยกับนายกรัฐมนตรี ขอให้พวกเราได้ไปอยู่ด้วย พื้นที่นี้ยืนยันว่าเป็นป่าชายเลน เป็นของหลวงไม่ได้เป็นของใครมาก่อนชาวบ้านรุ่นพ่อแม่ ปู่ ย่า จึงมาตั้งชุมชน ไม่เคยมีปัญหาใดๆแต่ปัจจุบันกลับมีเจ้าของไปแล้ว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ ที่เข้ามาดูแลชาวบ้านระบุว่า บ้านเรือนของประชาชนในชุมนี้ถูกสร้างทดแทนหลังเดิมมาหลายครั้งแล้วตกทอดกันมา 2-3 รุ่นเดิมนั้นชาวบ้านไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้ามาทำการรังวัดตามโฉนดที่มีเจ้าของ แต่ได้มาพูคคุยกับชาวบ้านว่าต้องยอมให้รังวัดเพื่อพิสูจน์ กลับปรากฏว่ามีการรังวัดครอบคลุมบ้านเรือนประชาชนทั้ง 75 หลัง ที่อาศัยมาอย่างยาวนาน ชาวบ้านจึงเดินทางไปร้องกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งในพื้นที่ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าการออกเอกสารสิทธินั้นชอบหรือไม่