วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุกปปช.จี้สอบ 'ประวิตร' รวยทรัพย์เพิ่มเป็น87ล้าน ปมนาฬิกาหรู

"ศรีสุวรรณ" ลุยเผือกร้อน! จี้ "ป.ป.ช." สอบ "พล.อ.ประวิตร" แจงบัญชีทรัพย์สินเพิ่มเป็น87ล้าน ปม "นาฬิกาหรู-แหวนเพชร" ชี้เข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ เหตุเป็นทหาร-นักการเมืองไม่มีธุรกิจ ไม่น่ามีรายได้ขนาดนี้?

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.60 เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านนายสุทธิ บุญที ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนาฬิกาหรูและแหวนเพชรที่ไม่ปรากฏในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ว่า แหวนทองคำขาวหัวเพชรเป็นของเดิมที่เคยใส่มาอยู่แล้ว นาฬิกาก็ของเดิมนั้น เป็นการยอมรับและชี้ให้เห็นว่านาฬิกาและแหวนเพชรดังกล่าวไม่ใช่ของใหม่ แต่กลับไม่ปรากฏในรายการที่แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ซึ่งอาจจะเข้าข่ายจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. หรือจงใจยื่นบัญชีฯด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบหรือไม่

นอกจากนั้นยังอาจเข้าข่ายเป็นการร่ำรวยผิดปกติ ตามมาตรา 66 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อีกด้วยเนื่องจากตามเอกสารบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งพล.อ.ประวิตรได้รายงานไว้ต่อ ป.ป.ช. นั้น มีบัญชีเงินฝากในธนาคารมากถึงกว่า 53 ล้านบาท ซึ่งรวมทรัพย์สินอื่น ๆ แล้วมีมูลค่ามากกว่า 87 ล้านบาท โดยไม่ปรากฏที่มาของเงินในบัญชีธนาคารและทรัพย์สินอื่น ๆ หรือไม่

หากประมาณการจากการที่ พล.อ.ประวิตร รับราชการทหารมาประมาณ 40 ปี เป็นนักการเมืองมา 2 สมัยและไม่ได้มีธุรกิจใดๆ เลยนั้น ก็ไม่น่าที่จะมีรายได้มากมายถึงขนาดนี้หรือไม่ อีกทั้งมีปมจากการยื่นบัญชีทรัพย์สินรวมสี่ครั้ง ตั้งแต่ครั้งรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เมื่อพ้นจากตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งหนึ่งปี และยื่นล่าสุดในรัฐบาล คสช. ปรากฏว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นตามลำดับคือ ครั้งแรก 56 ล้านบาท ต่อมาเพิ่มเป็น 69 ล้านบาท 79 ล้านบาท และ 87 ล้านบาทตามลำดับ จึงขอให้ป.ป.ช.ทำการไต่สวนและหากพบความผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายสูงสุด เช่นเดียวกันกับหลาย ๆ กรณีที่ ป.ป.ช.เคยวางบรรทัดฐานมาแล้ว เช่น กรณีคดีซุกหุ้นนายทักษิณ ชินวัตร คดีเงินกู้ 45 ล้านบาท ของพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นต้น ซึ่งการตรวจสอบครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์การทำงานของ ป.ป.ช.ด้วยว่ามีศักยภาพหรือไม่