แฉเส้นทาง "ยิ่งลักษณ์" โผล่สระแก้ว
หลังจากมีข่าวการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับกรณีเส้นทางหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางการหลบหนีของ นางสาวยิ่งลักษณ์ พบว่า มีความก้าวหน้าอย่างมาก แต่ภาพวงจรปิดจับได้ไม่ถึงสุดด่านชายแดน สิ้นสุดเพียงแค่ด่านทหารสระแก้ว เพราะไม่ปรากฏขบวนรถที่ใช้หลบหนีบริเวณด่านเข้าออกชายแดน ดังนั้นก็ต้องนำคนขับรถมาสอบสวนต่อไป และทราบว่าใช้รถเก๋งในการหลบหนี
อย่างไรก็ตาม ในเส้นทางดังกล่าวก็ยังมีเส้นทางอื่นที่ใช้หลบหนีได้ ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบอยู่นั้น ทำให้ประชาชนใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่า "บิ๊กป้อม" หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลางโหม ได้โยนเผือกร้อนใส่ จ.สระแก้วแล้ว ซึ่งมีทั้งคนเชื่อและคนไม่เชื่อว่า "น.ส.ยิ่งลักษณ์" จะหลบหนีมาข้ามชายแดนด้าน จ.สระแก้ว เพราะมีทั้งป่าและอันตรายมากกว่า อีกทั้ง พล.อ.ประวิตรฯก็ไม่ได้ระบุชัดๆว่า "น.ส.ยิ่งลักษณ์" หนีข้ามเขตแดนออกไปฝั่งกัมพูชา ตรงไหน และรถคันที่บอกว่าพา "ยิ่งลักษณ์" หลบหนีเป็นรถเก๋งนั้นมีใครเห็นหรือภาพวงจรปิดที่ไหนเห็นว่ามี น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั่งอยู่ในรถ ด้วย ซึ่งชาวจังหวัดสระแก้วไม่มีใครผูกพันกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลย จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะมีการหลบหนีมาทางด้านชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
ส่วนความเคลื่อนไหว บริเวณชายแดน ด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบว่าบริเวณถนนศรีเพ็ญ ซึ่งเป็นถนนเลียบแนวชายแดน พื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้มี จนท.ทหารพราน จาก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 มีการนำกำลังทหารพรานมาตั้งด่านตรวจคนยานพาหนะทุกชนิดที่วิ่งผ่านเข้า ออกตามหมู่บ้านชายแดนอย่างเข้มงวด ส่วนบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จนท.ตม.จว.สระแก้ว ก็มีการตรวจค้นยานพาหนะและบุคคลที่ผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนอรัญประเทศ อย่างเข้มงวดเช่นกัน
จากคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่กล่าวถึงเส้นทางหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่ากล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้สุดท้ายขณะรถเก๋งต้องสงสัยผ่านด่านทหารที่สระแก้ว นั้นจากการตรวจสอบพบว่าด่านทหารที่เป็นด่านใหญ่ และมีกล้องวงจรปิดด้วยนั้น ก็มีเพียงด่านทหารกองกำลังบูรพา อยู่ที่บ้านหนองกุง ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว และเมื่อเลยจากด่านทหารกองกำลังบูรพามาถึงสี่แยก อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ประมาณ 7 กม.ก็จะมีสี่แยกซึ่งหากเลี้ยวซ้ายสามารถวิ่งไป อ.ตาพระยาฯและออกไป จ.บุรีรัมย์ และ จังหวัดภาคอีสานตอนลางได้ และหากขับรถแล้วเลี้ยวขวาบริเวณสี่แยก อ.วัฒนานครฯก็สามารถวิ่งผ่านถนนเลียบแนวชายแดน ออกไป จ.จันทบุรี และ จ.ตราดได้ จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะหนีออกไปฝั่งกัมพูชา ด้านชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพราะสามารถหนีออกไปได้ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในหลายจังหวัด
อย่างไรก็ตาม หากเป้าหมายจะเดินทางไปที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อใช้หลบหนีออกนอกประเทศเพื่อเดินทางไปยังประเทศที่ 3 นั้นคาดว่าต้องผ่านพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดจันทบุรี ที่จุดผ่านถาวร 2 จุดคือ จุดผ่านแดน บ้านแหลม กับ จุดผ่านแดนบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เนื่องจากเส้นทางที่จะเดินทางไปยังประเทศที่ 2 คือ กัมพูชา หากจะผ่านพื้นที่จังหวัดตราด เส้นทางจากตัวจังหวัดตราดมุ่งหน้าไปยังพื้นที่บ้านหาดเล็ก ต.คลองใหญ่ตราด เป็นทางทางที่แคบและเป็นเส้นทางเส้นเดี่ยวไม่มีถนนหรือซอยแยก โดยเฉพาะที่ผ่านมามีขบวนการค้าอาวุธสงคราม แอบอ้างใช้แผ่นป้ายทะเบียนและตราของหน่วย ทหาร กองทัพบก มาทำการขนอาวุธสงครามและเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ทำให้ทหารบก ต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับ ทหารกองทัพเรือ ในการตรวจตราพื้นที่เข้มมากขึ้น เป็นการเสี่ยงต่อการหลบหนีของ นส.ยิ่งลักษณ์ ที่จะใช้พื้นที่แห่งนี้
สำหรับทางพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดจันทบุรี ด่านผักกาดนั้น จะมีกลุ่มนักลงทุนหลายกลุ่มและไม่ค่อยจะประสานกันได้อย่างลงตัว ทำให้การเข้าออกยากลำบาก ส่วนช่องผ่านแดนบ้านแหลมนั้น มีการดูแลกันเป็นกลุ่มก้อนอย่างเหนียวแน่น และที่สำคัญ เป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ นายทักษิณ ชินวัตร และคนสนิทของนายทักษิณ มายาวนานจนถึงปัจจุบัน จะสังเกตว่าช่วงที่นายทักษิณ มากัมพูชา คนเสื้อแดงก็จะใช้เส้นทางผ่านแดนบ้านแหลมนี้เป็นเส้นทาง เดินทางไปพบทักษิณ ทำให้เส้นทางนี้น่าจะมีการเดินทางหลบหนีได้สะดวกกว่า





