(รายงาน) ผู้ค้า ถ.ข้าวสาร ค้านจำกัดเวลาขาย 6 โมงถึงเที่ยงคืน
นโยบายหนึ่งนับตั้งแต่รัฐบาล คสช. เข้ามาบริหารประเทศ และทาง กทม. ได้รับลูกเป็นอย่างดี คือการ “จัดระเบียบทางเท้า” โดยเป้าหมายหลักคือการนำหาบเร่แผงลอย ออกจากทางเท้า เพื่อให้ใช้เป็นทางสาธารณะอย่างแท้จริง แน่นอนว่านโยบายดังกล่าว ได้รับทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ
โดยการจัดระเบียบมีเรื่อยมาไม่ว่าจะเป็น สีลม ราชประสงค์ สยามสแควร์ เยาวราช หรือ ถนนข้าวสาร ปากคลองตลาด มุมหนึ่งประชาชนต่างยินดีที่ ทางเท้ากลับมาเป็นทางเท้า แต่ในทางตรงข้ามผู้ประกอบการก็บอกว่าเป็นการกระทบต่อวิถีชีวิตและการทำมาหากิน โดยเฉพาะการจัดระเบียบทางเท้าและผู้ค้า ที่มักจะเป็นการเอื้อให้กับกลุ่มผู้ค้ารายใหม่ หรือกลุ่มผู้ค้าที่มีทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการย้ายผู้ประกอบการเดิมออกไปอยู่ในพื้นที่ใหม่
โดยในวันนี้ ชมรมผู้ค้าแผงลอยเสรีถนนข้าวสาร ได้จัดการประชุมขึ้น เพื่อหารือถึงผลกระทบการจัดระเบียบถนนข้าวสาร และสะท้อนถึงความเดือดร้อน ขึ้นที่หอประชุมโรงเรียนวัดชนะสงคราม ถนนจักรพงษ์ เขตพระนคร กทม.
โดยกลุ่มผู้ค้าแสดงความกังวลถึงกรณีที่จะมีการกำหนดระยะเวลาขายของไว้เพียง 18.00-24.00 น. ของแต่ละวัน และจะให้ลงจากทางเท้ามาอยู่บนถนน นอกจากนี้โดยมกายังกังวลว่า เมื่อมีการจัดระเบียบแล้ว จะมีผู้ค้ารายใหม่เข้ามาสวมสิทธิของผู้ค้ารายเดิม ตามการตีเส้นกำหนดแผงค้าใหม่ของ กทม.
ระหว่างการรับฟังความเห็นมีผู้ค้าระบุว่า หากรัฐบาลต้องการกระตุ้นการจับจ่าย การจัดระเบียบไม่ให้ขายช่วงกลางวันจะสวนทางกับนโยบายหรือไม่
น.ส.ญาดา พรเพชรรัมภา ประธานชมรมผู้ค้าแผงลอยเสรี ถ.ข้าวสาร ระบุว่า การจัดระเบียบของ กทม. ถ้าไม่กระทบรายได้ของผู้ค้าก็พร้อมให้ความร่วมมือ เพราะผู้ค้าสวนใหญ่กังวลเรื่องดังกล่าวรวมถึงการจำกัดเวลาค้าขาย ซึ่งตามปกติสินค้าที่ระลึกเสื้อผ้าจะขายได้ตั้งแต่ 07.00 น. เพราะมีทัวร์มาลง แต่หาก กทม. จะขีดเส้นให้ขายตั้วแต่ 18.00-24.00 น. เท่านั้น ผู้ค้าต่างเกรงว่าจะกระทบกับรายได้ เพราะช่วงเย็นก็เป็นช่วงทีสถานบริการเปิดบริการ ทำให้อาจไม่มีคนสนใจซื้อสินค้าเหล่านี้
“ทางเขตจะทดลองจัดระเบียบวันที่ 12 ก.ย. หากทำแล้วดีไม่กระทบรายได้ หรือรายได้เพิ่มก็พร้อมจะทำตาม แต่หากทดลองแล้วเห็นว่ามีปัญหาหรือกระทบรายได้ก็ต้องมาหารือหรือทบทวนกันอีกครั้ง” น.ส.ญาดา ระบุ
ขณะที่ นายปิยวิชญ์ ยกย่อง ผู้ค้าเสื้อผ้า ถ.ข้าวสาร ระบุว่าสิ่งที่ห่วงที่สุดคือ กทม. จะยุบแผงค้าให้น้่อยลง ทำให้จากเดิมที่ขายได้ 7 วัน ต่อสัปดาห์อาจจะขายได้เพียง 3-4 วันต่อสัปดาห์ เพราะต้องนำพื้นที่ไปเฉลี่ยกับผู้ค้ารายอื่นๆ ส่วนการกำหนดเวลา ก็เกรงว่าจะกระทบกับรายได้
โดย นายวุฒิชัย บุญสิทธิ์ ผอ.เขตพระนคร ซึ่งมาร่วมรับฟังปัญหาได้ชี้แจงกับผู้ค้าว่า ตนเข้าใจปัญหาของผู้ค้าดีและตนเองก็ไม่เห็นด้วยในประเด็นที่จะให้ขายเฉพาะเวลา18.00 - 24.00 น. โดยจะนำเรื่องนี้เสนอไปยังฝ่ายบริหารของ กทม.เพื่อให้พิจารณาใหม่
นายวุฒิชัยชี้แจงด้วยว่าการจัดระเบียบนี้ก็เพื่อต้องการจะเคลียร์ทางเท้า และให้ผู้ค้าที่ขายบนทางเท้า ย้ายลงมาบนถนนทั้งสองฝั่ง โดยกทม. จะจัดล็อกให้ผู้ขายคนละ 2 เมตร ยืนยันว่าผู้ค่าเดิมที่มีหลักแหล่ง ยังไงต้องมีที่ให้่ขายของ แต่คนที่จะเข้ามาใหม่ ก็อาจจะไม่ได้ ต้องเป็นคนที่มีชื่ออยู่แล้ว เช่นเดียวกับรถเข็น ที่ขายอาหารอาทิ ผัดไทย ก็จะให้เฉพาะคนที่แจ้งชื่อ และมีที่ขายอยู่แล้ว ส่วนรถขาจร ที่จะเข้ามาก็เข้ามาไม่ได้ เพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ของผู้ค้าเดิม
“การทดลองจัดระเบียบผู้ค้าจะเริ่มในวันที่ 12 ก.ย. นี้ โดยอาจใช้เวลา 7-10 วัน เพื่อดูก่อนว่ามีปัญหาอะไรตามมาบ้าง โดยการทดลองจะให้ขายช่วง 12.00-24.00 น. หากเกิดปัญหาก็จะเปลี่ยนเป็น 18.00-24.00 น. หากไม่ดีก็จะยกเลิก แต่หากดีก็เดินหน้าต่อไป”นายวุฒิชัย กล่าว
ทั้งนี้ต่อเรื่องการทดลองจัดระเบียบ ค้าเสนอว่าควรทดลองก่อนหรือไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรบ้าง ทำให้เจ้าหน้าที่เทศกิจซึ่งมาร่วมรับฟังปัญหาก็แสดงความเห็นด้วยต่อประเด็นนี้
โดยบรรยากาศโดยรวมถือว่าเป็นไปด้วยดี ไม่มีการกระทบกระทั่งแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เคยเปิดเผยถึงนโยบายการจัดระเบียบทางเท้าและหาบเร่แผงลอยว่าที่ผ่านมาประชาชนเห็นด้วยในการจัดระเบียบทางเท้าในพื้นที่ต่างๆ
“ถ้าหากคิดว่า การค้าขายบนทางเท้าเป็นเรื่องที่ดี จะทำให้ประชาชนยอมรับหรือไม่ เพราะทุกคนต้องการความเป็นระเบียบ หากมีนโยบายประชานิยมก็ต้องพิจารณาด้วยว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเห็นด้วยหรือไม่”
และที่น่าสนใจคือการจัดระเบียบ “สตรีทฟู้ด” ดร.วัลลภระบุว่าแม้สตรีทฟู้ดจะดูเป็นจุดขายของ กทม. แต่ในอีกมุม ที่มักไม่ถูกพูดถึงคือ สุขอนามัยของร้านจำหน่ายอาหารบนทางเท้า ทีโดยเฉพาะเรื่องความสะอาดเช่น การล้างจาน ในช้ำอย่างไร ร้านนำไขมัน เศษอาหารเทลงท่อระบายน้ำ
ที่บอกว่าการจัดระเบียบทำให้เสน่ห์หายไป ดร.วัลลภระบุว่า เขามองว่านั่นไม่ใช่เสน่ห์ เเต่คือความสกปรก ไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนอยากเดินกินของอร่อยๆ แล้วถูกล้วงกระเป๋า ถามว่าล้วงกระเป๋าเป็นเอกลักษณ์ที่บวกเข้าไปด้วยหรือเปล่า หรือถ้าไม่อยากโดนล้วงกระเป๋าก็ลงมาเดินบนถนน เพื่อเสี่ยงต่อการถูกรถชนเเทน นั่นเป็นเอกลักษณ์เหรอ
อย่าไงรก็ตาม กทม. ได้มีพื้นที่นำร่อง สองพื้่นทีในการจัดระเบียบสตรีทฟู้ดนั่นคือ ถ.ข้าวสาร และ ถ.เยาวราชโดยกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ โดยกำหนดทั้งในส่วนของ รูปแบบของ “ร้าน- ผู้จำหน่าย-อาหาร” เช่น ในส่วนของแผงค้าต้องมีสภาพดี สะอาด แข็งแรง ทำจากวัสดุที่ทำความสะอาดง่าย หลังจากทำการค้าต้องจัดเก็บแผงค้าและอุปกรณ์ทุกชนิดออกจากพื้นที่ให้เรียบร้อย
ด้านการจัดการอาหาร เครื่องปรุงรสต้องมีเครื่องหมาย อย. มีการปกปิดอาหาร ห้ามใช้มือสัมผัสอาหารโดยตรง น้ำแข็งสำหรับบริโภคให้ใช้อุปกรณ์ด้ามยาวสำหรับตักน้ำแข็ง และไม่นำอาหารหรือสิ่งของอื่นใดแช่ปน โดยให้มีรายการอาหารอย่างน้อย 3 ภาษา พร้อมระบุราคาอาหารชัดเจน ด้านภาชนะอุปกรณ์ ให้ทำด้วยวัสดุที่ปลอดภัยและใช้ให้เหมาะสมกับประเภทอาหาร ไม่ใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร นอกจากนี้ยังการตรวจสอบเป็นระยะๆอีกด้วย

'ห้างเซ็นทรัล–เซ็นทรัล เอ็มบาสซี' ต้อนรับคณะคู่สมรส IMF–World Bank 2026 สัมผัสประสบการณ์ Thai Heritage, Global Standards
16 ต.ค. 2569 | 18:50
แอสเซทไวส์ส่ง 25 คอนโด 5,000 ยูนิต ร่วมสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUSดอกเบี้ยเริ่ม 2.6%
16 ต.ค. 2569 | 17:43
'สยามพิวรรธน์' ต้อนรับคู่สมรสผู้นำการเงินโลก ในงานประชุม 'IMF & World Bank 2026' ณ ไอคอนสยาม
16 ต.ค. 2569 | 17:36

