วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้'เกลียดผมได้ อย่าเกลียดประเทศ' ลั่นการศึกษาไทยไม่ล้มเหลว

หัวหน้า คสช. ประกาศก้อง "เกลียดผมได้ อย่าเกลียดประเทศ" ลั่นการศึกษาไทยไม่ล้มเหลว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุ การศึกษาไทยวันนี้ไม่ใช่ล้มเหลว มีหลายคนที่คอยติติง แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้ล้มเหลว เพียงแต่ต้องผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ ส่วนใหญ่มุ่งแต่เรื่องวิชาการ โดยไม่ได้สอนเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณลักษณะที่ต้องทำงานร่วมกัน วันนี้ทุกคนไม่ซ้ายก็ขวา อย่าลืมว่าลักษณะของคนไทยคือการประนีประนอม แต่วันนี้กลับไม่ใช่แล้ว เพราะต่างคนต่างเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง สิ่งที่ทำให้สับสนวุ่นวายคือ โซเชียลมีเดีย เนื่องจากทุกคนเข้าถึงได้ง่าย มีช่องทางในการตอบโต้ และแสดงความคิดเห็นจนบางครั้งเกินกรอบศีลธรรมอันดีของสังคมจนทำให้มีปัญหา

ดังนั้น หลักสูตรจะต้องเน้นการอยู่ร่วมกัน การเคารพกฎหมาย มีคุณธรรมศีลธรรม มีความประนีประนอมในการทำงานสิ่งดี ๆ ด้วยกัน วันนี้ขอสอนวิธีการทำงานที่ถูกต้องให้ทราบ เพราะที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่เวลาทำงานมักเอาปัญหาขึ้นมาทั้งหมด ซึ่งไม่ได้เราต้องทำงานด้วยความละมุนละม่อม และบูรณาการงานต่าง ๆ ร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลกำลังปรับโครงสร้างการทำงานของรัฐบาลใหม่

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนต้องการให้ทุกคนเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เพื่อที่จะได้เข้ามาบริหาร และแก้ไขปัญหาของประเทศ ทุกคนจะต้องตั้งความหวังของตัวเอง ไม่ใช่อยู่หรือเรียนไปวัน ๆ ตั้งแต่เด็กตนได้ตั้งความหวังมาตลอด โดยไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงตนได้ เพราะตัวเองลิขิตมาแบบนี้ คือจะต้องเป็นทหาร เป็นนักเรียนนายร้อยเพียงอย่างเดียว

"สมัยก่อนไม่มีทางเลือกให้เรามากนัก แต่ครอบครัวผมเป็นแบบนี้ ผมเองก็เป็นทหารของผม ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ได้คิดที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นขอให้ทุกคนมีความมุ่งมั่นอ่านหนังสือเยอะๆ ทั้งวิชาการ และความรู้ทั่วไป เรื่องการเมือง เรื่องประชาธิปไตย ที่ถูกต้อง ถ้าเรามีหลักคิดพื้นฐานที่ถูกต้องก็ไม่ต้องมาตีกัน ถ้ามัวแต่มองเรื่องสิทธิมนุษยชนเพียงอย่างเดียว ไม่มองถึงกฎหมาย หรือมองแต่รัฐธรรมนูญอย่างเดียวโดยไม่มองอย่างอื่นก็ไม่ได้ เพราะกฎหมายลูกทุกฉบับมีบทบัญญัติ และเนื้อหาไว้ทั้งหมด เช่นเรื่องของสิทธิการชุมนุม ประชาชนก็สามารถชุมนุมได้ แต่จะต้องไม่ไปละเมิดกฎหมายอื่น ต้องไปอ่านกฎหมายให้ครอบคลุม ไม่ใช่ว่าการชุมนุมทุกครั้งรัฐบาล และเจ้าหน้าที่จะทำอะไรไม่ได้เลย ปล่อยให้บ้านเมืองเสียหายอย่างนี้ไม่ได้ ถึงมีกฎหมายพ.ร.บ.การชุมนุมขึ้นมา หรือกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ไม่ใช่ว่าอะไรก็ทำไม่ได้เลย แล้วประเทศจะอยู่อย่างไร การพัฒนาก็จะไม่เกิดขึ้น"

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอร้องคนไทยอย่าทิ้งวัฒนธรรม ประเพณี และอัตลักษณ์ แล้วไปเอาของต่างประเทศในส่วนที่สบาย ๆ มาใช้ แต่อะไรที่ลำบากกลับไม่เอามา ความจริงกฎหมายเขามีทุกตัวถึงไม่มีความวุ่นวาย แต่ที่บ้านเราวุ่นวายเพราะเราทุกคนถือกฎหมายคนละฉบับ ดังนั้นประชาชนจึงต้องเรียนรู้กฎหมายทุกฉบับ เพราะเราอยู่ภายใต้กฎหมายซึ่งไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนถ้าไม่ได้ทำความผิด ทุกอย่างก็จบไม่มีผลกระทบกับคนอื่น การใช้สิทธิของตัวเองต้องคำนึงถึงหน้าที่ และสิทธิของคนอื่นด้วย อย่าไปละเมิดจนทำให้คนอื่นลำบาก และเดือดร้อน ตนไม่ต้องการสร้างความไม่เข้าใจในสังคมอีกต่อไปเพื่อให้ทุกคนมารัก

"ผมไม่ต้องการที่จะให้ทุกคนมารักผม ซึ่งผมไม่ต้องการ จะเกลียดผมก็ได้ แต่อย่าเกลียดประเทศของท่าน เพราะประเทศจะอยู่ได้ก็ด้วยจากคน แผ่นดิน ผืนน้ำ อากาศ ซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงกันทั้งโลก ทุกคนจึงมีหน้าที่ทั้งต่อประเทศ และโลก เราต้องเลือกนำสิ่งที่ดีเข้ามาประยุกต์ให้เข้ากับประเทศไทยเช่นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งไว้ว่าการพัฒนาแบบตะวันตกรวดเร็ว แต่ไม่ยั่งยืน สร้างผลกระทบมาก การพัฒนาแบบตะวันออกค่อยข้างช้าแต่ยั่งยืน เราจึงต้องนำทั้ง 2 อย่างมาผสมกัน"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าประเทศไทยมีอธิปไตยมาตลอด ไม่เคยตกเป็นอาณานิคม หรือเป็นเมืองขึ้นของใคร เราจึงต้องหันหน้ามาร่วมมือกันแก้ไข พัฒนา และเดินหน้าประเทศไปให้ได้ และขอให้นำสิ่งที่พูดไปบอกต่อปากต่อปากจะดีกว่า

"จะเชื่อลุงหรือเปล่า หรือจะเชื่อใคร หรือจะเชื่อไอ้พวกพูดมากก็ตามใจ ขี้เกียจไปให้เครดิต แค่เอ่ยชื่อก็เจ็บปากแล้วไม่พูดดีกว่า สิ่งที่เราต้องการวันนี้คือทั้งคนเก่ง และคนดี ในสังคมเพื่อพัฒนาประเทศ"