นักวิชาการยะลาไม่เห็นด้วย กรณียุบ "ศชต." เชื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดพลาด ขณะที่ชาวบ้าน-ชุมชนกลับเห็นชอบยุบศชต. ระบุไม่มีผลงานชัดเจน เผยสรุปเหตุความไม่สงบ13ปี พบตัวเลขความรุนแรงลดลง
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีข่าวการยุบศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศชต. ไปรวมกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค9 ซึ่งศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 หลังจากมีการตั้งศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) เมื่อปี 2547 เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ4อำเภอของ จังหวัดสงขลา
สำหรับ ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศชต. มีผู้บัญชาการรวม 6 ท่าน และคนล่าสุด พลตำรวจโท รณศิลป์ ภู่สาระ ปฎิบัติหน้าที่ 1 ตุลาคม2559 ถึงปัจจุบัน
นายรักชาติ สุวรรณ์ ประธานชุมชนคูหามุข เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องที่จะมีการยุบศชต.นั้น จริงๆแล้วคนในพื้นที่โดยเฉพาะในชุมชนต่างๆ ของยะลา ตั้งแต่ตั้ง ศชต. ขึ้นมา ไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศชต. เข้ามาพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชน ในเรื่องของการทำงาน หรือปัญหาต่างๆ ทำให้ชาวบ้านมองว่า ศชต.ที่ผ่านมา ไม่ได้มีผลงานอะไรที่โดดเด่น และยังมองว่า ถ้า ศชต. ไม่มีบทบาททำมวลชนในพื้นที่เลย หรือไม่ได้ลงพื้นที่ชุมชน การยุบ ศชต. จึงไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับชาวบ้าน
“ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่หลังจากนี้ ตนก็เชื่อว่า เจ้าหน้าที่ก็คงจะปฎิบัติหน้าที่กันตามปกติ เมื่อกลับไปเป็นภาค9ส่วนหน้า เหมือนเดิม คงจะกระทบในส่วนของระดับผู้ใหญ่มากกว่า ในเรื่องของตำแหน่ง ว่าจะไปอยู่ตรงไหน ส่วนระดับล่างก็เชื่อว่าไม่มีผลกระทบอะไร ส่วนประเด็นที่น่าสนใจ ก็คือเรื่องค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติหลังจากนี้มากกว่า ที่เรียกว่าค่าเสี่ยงภัย เมื่อมีการปรับเปลี่ยนแล้ว เจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติหน้าที่จะได้รับอีกหรือไม่ เนื่องจากเมื่อกลับไปอยู่ในภาค9งบประมาณก็จะลดน้อยลง ก็น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่” นายรักชาติ กล่าว
ประธานชุมชนคูหามุข ยังกล่าวอีกว่า หลังจากยุบ ศชต. ก็คงจะกลับไปสู่รูปแบบเดิม เป็นการทำงานสั่งการ ที่จะไม่เหมือนเดิม เพราะการบังคับบัญชา จะไปอยู่ที่สงขลา การปรับเปลี่ยนกลับไปเป็นภาค9ส่วนหน้า ก็ควรที่จะมีผู้ใหญ่ลงมานั่งบังคับบัญชา เพื่อคอยดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ซึ่งตนเองมองว่าการยุบ ศชต. ก็คงจะไม่กระทบการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แต่อย่างใด
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา กล่าวว่า ตั้งแต่มีสถานการณ์ความไม่สงบตั้งแต่ปี 2547 ที่ผ่านมา ก็มีการตั้งหน่วยงานตำรวจขึ้นในพื้นที่3จังหวัด และ4อำเภอ ซึ่งตนมองว่าเป็นการทำงานที่ชัดเจน และทำงานได้ดี ซึ่งเมื่อมองว่าหากยุบรวมให้กลับไปอยู่ภาค9 ที่จะต้องดูแลรวม7จังหวัด สมาธิการทำงานการดูแลพื้นที่3จังหวัดก็คงจะหลุดแน่ โอกาสการทำงานในเต็มประสิทธิภาพก็คงจะลดน้อยลง ตนเองค่อนข้างเสียดาย อยากเห็นพื้นที่นี้เป็นพื้นที่พิเศษที่มีหน่วยงานพิเศษดูแลเฉพาะ3จังหวัดภาคใต้ เพราะปัญหา3จังหวัดใต้ แตกต่างจากปัญหาที่อื่นอย่างชัดเจน
การยุบหน่วยงานที่ดูแล3จังหวัด ไปรวมกับอีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งจะต้องดูแลอีก4จังหวัด ซึ่งแน่นอนว่าในการดูแลบริหาร ประสิทธิภาพลดน้อยลงแน่ วันนี้ถึงแม้มี ศชต. ก็ยังมีปัญหาหนัก เรื่องคดีความ การสืบสวน การติดตาม ก็ยังล่าช้า พนักงานสอบสวนก็ยังไม่เต็มพื้นที่ ยังมีปัญหา ขนาดมี ศชต. ก็ยังทำงานไม่ทัน แล้วหากมีการยุบ ศชต. จะเกิดอะไรขึ้น ท่านผู้บัญชาการภาค9 ต้องดูแลทั้ง7จังหวัด เวลาที่จะต้องดูแล 3 จังหวัด ก็จะถูกแบ่ง ตนอยากเห็น ศชต. มากกว่า มีการตัดสินใจได้รวดเร็ว การยุบ ศชต. ตนมองว่ากระทบการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่แน่นอน
มีรายงานจาก ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DeepSouthWatch) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สรุปจำนวนเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี2547ถึง2559ว่า ปี2547เกิดเหตุการณ์จำนวน1,474เหตุการณ์ ปี2548เกิดเหตุการณ์จำนวน2,091เหตุการณ์ ปี2549เกิดเหตุการณ์จำนวน2,012เหตุการณ์ ปี2550เกิดเหตุการณ์จำนวน2,409เหตุการณ์ ปี2551เกิดเหตุการณ์จำนวน1,063เหตุการณ์ ปี2552เกิดเหตุการณ์จำนวน967เหตุการณ์ ปี2553เกิดเหตุการณ์จำนวน1,097เหตุการณ์ ปี2554เกิดเหตุการณ์จำนวน1,161เหตุการณ์ ปี2555เกิดเหตุการณ์จำนวน1,851เหตุการณ์ ปี2556เกิดเหตุการณ์จำนวน1,793เหตุการณ์ ปี2557เกิดเหตุการณ์จำนวน1,356เหตุการณ์ ปี2558เกิดเหตุการณ์จำนวน945เหตุการณ์ และ ปี2559เกิดเหตุการณ์จำนวน815เหตุการณ์
จากฐานข้อมูลของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Incident Database-DSID)พบว่า ในระหว่างเดือนมกราคมปี 2547 ถึงเดือนเมษายน 2560 มีเหตุการณ์ความไม่สงบรวมทั้งสิ้น 19,279 เหตุการณ์ ในช่วงเวลาดังกล่าว มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ 6,544 ราย มีผู้บาดเจ็บ 12,963 ราย สรุปได้ว่าในรอบ 13 ปี ระหว่างปี 2547-2559 มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวม 19,507 ราย
ภาพจาก fb/ศชต. ตำรวจชายแดนใต้




