นายกฯแจงจำเป็นใช้พ.ร.ก.แก้ต่างด้าวเพราะไทยถูกเพ่งเล็ง ขอนายจ้างขึ้นทะเบียนให้ทัน 120 วัน เผยโมโหก.ทรัพยฯแก้ปัญหาไม้พะยูงไม่ตรงจุด พร้อมวอนแก้แกรป-อูเบอร์ให้ปล่อยให้เป็นหน้าที่จนท.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมกล่าวปาฐกถา เรื่อง "ขับเคลื่อนแผนฯ 12 สู่อนาคตประเทศไทย" ตอนหนึ่งว่า ผมขอพูดเรื่องสำคัญจะได้เข้าใจกับสักทีเรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แรงงานต่างด้าว เราออกมาเพราะมีเหตุผลและความจำเป็นที่เราต้องทำ เนื่องจากพันธะสัญญาที่มีอยู่ ทำไมถึงต้องทำวันนี้ก็เพราะว่าไม่เคยทำมาและไม่เคยใช้อย่างจริงจัง แต่ต้องทำเพราะเขากำลังเพ่งเล็งประเทศไทยเรื่องการค้ามนุษย์ เห็นหรือไม่ว่ามาเลเซียเขาก็ทำ เขาจับกุมกันโครมๆ และถือเป็นข้อตกลงกันระหว่าง 4 ประเทศในอาเซียน แรงงานต่อไปนี้จะต้องขึ้นบัญชีหรือการนำเข้าแรงงานที่ชายแดนเท่านั้น ไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศ เพราะที่ผ่าน 3 ปีที่รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาก็นำมาขึ้นบัญชีได้ 2-3 ล้านคน แต่มันก็มียังปัญหาอยู่คือคนเหล่านี้ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติทั้งหมด
"เพราะเมื่อเข้ามาแล้วเราก็ผ่อนผันและลงทะเบียนให้ไป แต่ยังพิสูจน์สัญชาติไม่ได้ก็ต้องเป็นแรงงานชั่วคราวไม่สามารถย้ายงานได้ถือบัตรสีชมพู เรียกว่าการพิสูจน์สัญชาติไม่เสร็จ เมื่อเข้ามาแล้วที่ผ่านมามันเละไปหมด ต้นทางจะต้องเป็นคนพิสูจน์สัญชาติในประเทศ จะต้องเป็นภาระของประเทศต้นทาง ต่อไปจะต้องไปจดทะเบียนที่ประเทศต้นทาง คนที่อยู่ขณะนี้มีทั้งถูกและผิดกฎหมาย คนที่ผิดคือไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่างก็ต้องกลับไปที่ชายแดนเพื่อไปทำหลักฐานให้ถูกต้องแล้วค่อยเดินทางกลับเข้ามา" นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แรงงานคนเดิมที่เข้ามาและออกไปก็หวังจะกลับมาทำที่เดิม เช่น เลี้ยงลูกและดูแลบ้านคนเขาไว้ใจเขาก็ไม่อยากได้คนใหม่ เราจะทำอย่างไรให้เขากลับมาที่เดิม แต่สำนักงานหางานที่มีคนซวยๆ ห่วยๆ ทำงานก็ไปกวาดแรงงานพวกนี้ไปหมดเพื่อนำไปทำงานที่ใหม่ แรงงานเหล่านี้ก็เดือดร้อน ทั้งนี้คนที่ออกไปก็มีสองส่วนคือออกไปแล้วกลับที่เดิมก็ต้องล็อกให้เขา ส่วนที่สองคือไปแล้วต้องไปพิสูจน์สัญชาติต้นทางใหม่ถึงจะเข้ามาทำงานได้ถือว่าใหม่เอี่ยม
ส่วนปัญหาคือคนเก่าที่คาอยู่จะทำอย่างไรหากนึกไม่ออกก็ต้องไปทำกันใหม่ แต่จะทำอย่างไรไม่ให้มีผลเสียคือยังมีคนทำงานเหมือนเดิม ตอนนี้ก็ให้กระทรวงแรงงานกำลังทำงานอยู่ขอให้เข้าใจ ตนไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แต่จะไม่ให้เขาออกไปได้หรือไม่นั้นก็ทำไม่ได้ ส่วนการเสียค่าปรับ 4 แสน - 8 แสนบาทมากไปหรือไม่ ก็ต้องไปดูว่ากฎหมายเขียนไว้อย่างไร ขอร้องอย่ามาเคลื่อนไหวอะไรกันนัก ถ้าท่านเฉยๆ ตนก็จะอยู่เฉยๆ เหมือนกัน เพราะวันนี้แก้ไม่ได้เราก็ต้องขอร้องเพราะให้เวลา 120 วันก็ขอให้ทำให้ทันแล้วประสานหน่วยงานชายแดนให้รู้เรื่อง ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ไม่ทำก็ไม่ได้ อย่าไปพูดถึงของเก่าเพราะของเก่ามันห่วย ไม่ดูแลกันก็เป็นแบบนี้
โมโหกระทรวงทรัพยฯแก้ปัญหาไม้พะยูงไม่ตรงจุด
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการตัดไม้พะยูงก็มีปัญหาทุกครั้งตนไม่เข้าใจ พอเห็นสื่อเอามาออกก็แย่กันทั้งหมด ตนก็โมโหกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทำไมไม่อยากยุ่งกับไม้พะยูงก็เพราะกลัวติดคุก ปัดโถ่ นายอำเภอก็มี ผู้ว่าฯก็มี ก็แค่แก้ไขปัญหาให้เขา ไม้ทิ่มบ้านอยู่แบบนั้นไม่ตัดได้ยังไง เอาง่ายๆ ถ้าตนเป็นผู้ใหญ่บ้านก็ตัดเลย ทิ่มบ้านก็ตัดเลยแล้วถ่ายรูปไว้เป็นพยานและหลักฐานว่ามันทิ่มบ้านเราอยู่ ตัดเสร็จก็กองไว้อย่าไปทำอะไร แจ้งให้เขามาดูแค่นี้เอง แต่สื่อเอาไปพาดหัวกันใหญ่โตว่าคนจนติดคุกเพราะตัดต้นไม้ต้นเดียว แต่จะกี่ต้นก็ผิดหมด ทำให้กลายเป็นว่าไม่ไปจับคนตัดเยอะ สื่อก็ขยายไปมากลายเป็นว่ารังแกคนจนเอื้อผลประโยชน์คนรวย กลายเป็นคนจนกับคนรวยรบกันสองคน นี่คือสิ่งที่การเมืองทำให้เป็นแบบนั้น ไม่มีคนไหนคนรวยคนไหนจน มีแต่คนมีโอกาสมากกับคนมีโอกาสน้อย ขอให้ทุกคนมีชีวิตพอเพียง อย่าไปใช้คำว่ารวยๆ โป้งรวย โป้งรวย เป็นไงล่ะเห็นหรือไม่รวยกันได้ไหม
วอนแก้แกรป-อูเบอร์ให้ปล่อยให้เป็นหน้าที่จนท.
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้มีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นเราต้องหาคนมาช่วย บางทีก็ขยันไปหน่อยช่วยกันทุกเรื่องไปเลยโดนเขาเล่นงานกลับมา เช่น เรื่องแท็กซี่กระทรวงที่รับผิดชอบก็ตอบไม่รู้เรื่อง ทหารขึ้นไปนั่งแท็กซี่เขาพูดกันเรื่องแกรปเรื่องอูเบอร์ก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าแบบนั้นให้แปะชื่อนายกฯไว้ มันก็เสียชื่อนายกฯ เพราะบางอย่างต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทำ เรื่องใหญ่ๆก็ทำกันเองให้เอาตำรวจไปทำด้วย





