วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เบรกทร.! ซื้อเรือดำน้ำต้องให้รัฐสภาเห็นชอบ-ส่อขัดกม.วิธีงบฯ

เดินหน้า! เบรก "กองทัพเรือ" ซื้อ "เรือดำน้ำ" ต้องให้รัฐสภาเห็นชอบตามรธน.ก่อนหรือไม่ เผยส่อขัดกม.วิธีงบประมาณ เหตุครม.อนุมัติช้า

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาจัดซื้อเรือดำน้ำจีน ได้เดินทางไปลงนามในสัญญาจัดซื้อเรือดำน้ำ S26T จากบริษัท CSOC รัฐวิสาหกิจของกระทรวงกลาโหมจีน แบบ G to G ไปแล้วเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น จากกรณีดังกล่าวเป็นการลุกลี้ลุกลนในการเร่งรีบไปลงนามเซ็นต์สัญญา โดยไม่คำนึงถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชน ถึงความไม่เหมาะสมในช่วงที่ประเทศไทยอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพงสถานะทางการเงินและสถานภาพทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำ

รวมทั้งอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของ สตง.ด้วย อีกทั้งการดำเนินการดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 23 แห่ง พรบ.วิธีงบประมาณ พ.ศ.2502 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2503 ซึ่งเป็นการก่อหนี้ผูกพัน 7 ปีที่จะต้องขอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติภายใน 60 วันนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 คือ ภายใน 30 พฤศจิกายน 2559 แต่คณะรัฐมนตรีเพิ่งมาอนุมัติให้มีการจัดซื้อได้เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 จึงอาจเข้าข่ายขัดหรือแย้งต่อกฎหมายดังกล่าว


นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า จากการลงนามซื้อเรือดำน้ำเป็นไปในแบบ G to G ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ 2560 เสียก่อน โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือ สนช. และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเสียก่อน กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อเสนาธิการทหารเรือไปลงนามในสัญญาดังกล่าวแล้ว จึงเข้าข่ายเป็น “การกระทำอื่นใดของหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย”

นายสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวต่อว่า จำต้องทำความจริงให้ปรากฏ โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 231(2) ของรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อขอให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครองพิจารณาโดยไม่ชักช้า โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 8 พ.ค.60 เวลา 10.00 น. สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ห้อง 903 ชั้น 9 อาคาร B ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ