วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘วิษณุ’ คาดโทษเด้งบิ๊กขรก.

“วิษณุ”เรียกถกปลัดกระทรวงรับรัฐธรรมนูญใหม่ กำชับชง 3 ร่างกฎหมายสำคัญเข้าสนช.ภายใน 240 วัน พร้อมคาดโทษผู้รับผิดชอบต้องพ้นตำแหน่ง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเรียกปลัดกระทรวงเข้าหารือวานนี้ (5เม.ย.) เพื่อทำความเข้าใจหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ในวันที่ 6 เม.ย. ว่าเป็นการติดตามผลการประชุมที่มีก่อนหน้านี้ ซึ่งกระทรวงยุติธรรม จะสรุปผลการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานว่าทำอะไรไปบ้าง มีปัญหาอุปสรรคอะไร ในฐานะที่เป็นเจ้าของเรื่อง จากนั้นทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา(สคก.)และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) จะชี้แจงขั้นตอนว่าแต่ละหน่วยงานจะต้องทำอะไรบ้างในช่วงเวลา 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน นับต่อจากนี้

นอกจากนี้จะมีการพิจารณาว่ามีร่างกฎหมายฉบับใดที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงใด บางเรื่องหากทำไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนดอาจไม่มีผล แต่บางเรื่องที่รัฐธรรมนูญให้ความสำคัญ อาทิ กฎหมายที่เกี่ยวกับการรับฟังความเห็นของประชาชนหรือชุมชนที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิต กฎหมายวินัยการคลัง ซึ่งกระทรวงการคลังส่งเรื่องไปที่ สคก. เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในเร็วๆนี้

คาดโทษชงกม.ช้าต้องพ้นตำแหน่ง

รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวกับการเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการต่อต้านทุจริต โดยคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้กำหนดว่าใครเป็นหัวหน้าหน่วยงานที่จะรับผิดชอบ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดไว้ว่าต้องทำภายในเวลา 240 วัน และถ้าทำไม่ทันจะมีผลอะไร หากเจ้าของเรื่องไม่รีบทำเพื่อเสนอ สนช. ให้ทันตามกำหนด ให้หัวหน้าหน่วยงานราชการนั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง

ส่วนจะออกเป็นกฎหมายใหม่หรือไม่นั้นก็ต้องสอบถามจากหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ทราบว่ากฎหมายวินัยการเงินการคลัง จะออกมาเป็น พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ทั้งตนเป็นคนอยากพูดถึงร่างกฎหมาย 3 ฉบับดังกล่าว ในครม.เพื่อเป็นการเตือนให้รู้ เพราะเกรงว่าจะลืม เป็นการโชว์ผลงาน ไม่มีอะไรน่าสงสัย การเตือนเพราะเห็นว่ามีบทลงโทษหัวหน้าหน่วยงาน และชอบกฎหมายที่เขียนไว้แบบนี้

เชื่อกฎหมาย3ฉบับเสร็จทันกำหนด

เมื่อถามว่าระยะเวลา 240 วัน หน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่องจะทำเสร็จทันหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เสร็จทันแน่นอน เพราะไม่ใช่เรื่องใหญ่ บางเรื่องไปแก้ไขบทบัญญัติบางมาตราในกฎหมายบางฉบับเท่านั้น และหน่วยงานเจ้าของเรื่องมีแนวคิดไว้แล้ว

เมื่อถามว่าการออกกฎหมายที่มีเงื่อนเวลากำหนดไว้ จะต้องทำตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดไว้ว่าต้องรับฟังความเห็น จากประชาชน ซึ่งอาจทำไม่เสร็จตามกรอบเวลา รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องทำตามมาตรา 77 และเชื่อว่าทันตามกรอบเวลา การเปิดรับฟังความเห็นประชาชนไม่ต้องเอิกเกริกมากหรือไปทำประชามติ หน่วยงานนั้นสามารถเอาขึ้นเว็บไซต์ เพื่อรับฟังความเห็นได้และถือได้ว่าเป็นความเห็นของประชาชนแล้ว โดยความเห็นที่ได้มานั้นหน่วยงานรัฐไม่จำเป็นต้องทำตามทั้งหมด แต่นำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของครม.และ สภาฯ ทั้งนี้ตามเวลา 240 วัน ที่หน่วยงานต้องนำเสนอเข้าสนช. ไม่เกี่ยวกับการใช้เวลาพิจารณาของสนช. และเชื่อว่าไม่น่าจะมีการรวบรัดในการออกกฎหมาย ตามที่อาจมีข้อกังวล

ยธ.แม่งานตามการบ้านร่างกม.

ด้านนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังการประชุมการเตรียมออกกฎหมายให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งที่ 1/2560 ว่า ที่ประชุมได้พูดคุยกัน 2 เรื่องใหญ่ ๆ คือ เรื่องแรกคือเมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว จะมีกฎหมายของแต่ละกระทรวงที่ต้องออกมีอะไรและทำอย่างไรบ้าง และถ้าออกกฎหมายแล้วจะต้องกำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งเรื่องกฎหมายลูกเป็นหน้าที่กรธ.พร้อมเชิญเลขาธิการคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาร่วมด้วย โดยขณะนี้ทุกกระทรวงมีความชัดเจนเรื่องกฎหมายแล้ว

เรื่องที่สองคือการพูดคุยถึง มาตรา 77 ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเกี่ยวข้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งต่อไปนี้การออกกฎหมายจะต้องแบ่งเป็น 4 ช่วงก่อนการออกกฎหมาย จะต้องมีการตรวจสอบลำดับความสำคัญ ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึง เมื่อหลังประกาศใช้กฎหมายแล้ว ยังจะมีการทบทวนผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายนั้น โดยจะสอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. 2558 ที่มีอยู่แล้ว ถ้ากฎหมายไม่จำเป็นก็สามารถยกเลิกได้ หรือทำอย่างไรให้ทันสมัย

รายงานความคืบหน้าผ่านเวบไซต์

ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม จะรับผิดชอบการติดตามความคืบหน้าของแต่ละกระทรวงทุกวันที่ 30 ของเดือน โดยทุกกระทรวจะต้องแจ้งความคืบหน้ามายังเว็บไซต์ที่กระทรวงยุติธรรมเปิดขึ้น โดยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่เป็นเว็บไซต์กลาง ประชาชนสามารถติดตามคามคืบหน้าความเคลื่อนไหวการร่างกฎหมายของแต่ละกระทรวงได้เช่นกัน จากนั้นก็จะรายงานเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ต่อข้อถามที่ว่าที่ประชุมได้มีการพูดคุยเรื่องการปฏิรูปตำรวจ และปฏิรูปการศึกษาหรือไม่นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า สำนักงานตำนวจแห่งชาติ และกระทรวงศึกษาธิการ ต้องตั้งเรื่องขึ้นมาเพื่อประสานงานกับสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตามรัฐธรรมนูญ และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีร่างกฎหมายวินัยการเงินการคลัง จะทำเสร็จทันหรือไม่นั้นนายชาญเชาวน์ ผู้แทนกระทรวงการคลังระบุว่าร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ ตนมั่นใจว่าทำเสร็จทัน