วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กองทัพเรือ'ลั่นมิติใต้น้ำอ่อนแอ ไร้ภูมิคุ้มกัน

"กองทัพเรือ" ลั่นมิติใต้น้ำอ่อนแอไร้ภูมิคุ้มกัน หลังปลดประจำการเรือดำน้ำ 4 ลำ ยันจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำเพื่อป้องกันภัยคุกคาม

พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือ เป็นพลังอำนาจของชาตินอกจากจะดูแลมิติความมั่นคงแล้ว ยังต้องดูแลผลประโยชน์ของประเทศมีมากมายมหาศาล โดยอำนาจการรบในมิติใต้น้ำของกองทัพเรือหายไปกว่า 60 ปี ตั้งแต่กองทัพเรือได้ปลดระวางประจำการเรือดำน้ำชุด ร.ล.มัจฉาณุ จำนวน 4 ลำ ได้แก่ ร.ล.มัจฉาณุ ร.ล.วิรุณ ร.ล.สินสมุทร และ ร.ล.พลายชุมพล เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2494

“ถือเป็นเรื่องมีความจำเป็นต้องอธิบายให้สังคมได้รับทราบ และเป็นโจทย์หลักว่าทำไมกองทัพเรือต้องมีเรือดำน้ำ เนื่องจากกองทัพเรือคือพี่ใหญ่ในท้องทะเลไทย ที่ทุกฝ่ายต้องพึ่งพา ทะเลคือความอยู่รอดของชาติ และต้องดูแลร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาผลประโยชน์มหาศาล” พล.ร.อ.จุมพล กล่าว

พล.ร.อ.จุมพล กล่าวต่อว่า กองทัพเรือดูแลความมั่นคงทางทะเลใน 3 มิติ คือน่านฟ้า ผิวน้ำ ใต้น้ำ แต่เราขาดศาตร์ใต้น้ำไปนานแล้ว และกองทัพเรือไม่ได้นิ่งนอนใจและเคยเสนอรัฐบาลเผื่อผลักดันโครงการดังกล่าวหลายครั้ง แต่มาสำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ ที่มองในภาพรวมแล้วสามารถเป็นไปได้ และเป็นการใช้งบประมาณกองทัพเรือเอง

” มิติใต้น้ำ เราอ่อนแอ ไม่มีภูมิคุ้มกัน ไม่มีศาสตร์ เราพยายามชี้ให้เห็นว่า กองทัพเรือจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ และประเทศจีนให้ข้อเสนอที่ดีที่สุด ในงบประมาณที่กองทัพเรือมี ทั้งนี้เรือดำน้ำนอกจากใช้ป้องกัน ป้องปรามแล้ว ยังใช้ภารกิจในการสำรวจค้นหา ดูสิ่งใหม่ๆที่ต้องเรียนรู้ และอุดช่องโหว่ที่เราไม่มี โดยได้เรือดำน้ำ ปี 66 พล.ร.อ.จุมพล กล่าว

หลังจากนั้น พล.ร.อ.จุมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือจบในขั้นตอนการดำเนินการในกรอบของวงเงินงบประมาณที่ได้รับจากแผนงบประมาณประจำปีไปแล้ว ขณะนี้ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานในการดูแลการจัดซื้อเรือดำน้ำได้สรุปเรื่องทั้งหมดส่งไปยังกระทรวงกลาโหมเรียบร้อยแล้วเพื่อเข้าสู่ครม. อีกรอบตามกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างและอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงกลาโหมส่วนจะเข้า ครม.เมื่อไหร่นั้นกองทัพเรือไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบได้ ซึ่งในส่วนสัญญาการจัดซื้อนั้นจะต้องรอให้ผ่านทุกขั้นตอนก่อนจึงจะสามารถเปิดเผยได้ ว่าเป็นการจัดซื้อในลักษณะใด จนกว่าครม. จะอนุมัติ หรือมีความชัดเจน ซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์

พล.ร.อ.จุมพล กล่าวต่อว่า รัฐบาลชุดนี้ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นของกองทัพเรือในการที่จะมีเรือดำน้ำเนื่องจากกองทัพเรือได้ตรวจสภาวะแวดล้อมในภูมิภาคของโลกแล้วเราเจอภัยคุกคามในรูปแบบ ต่างๆอาทิ กรณีของเรือเกาหลี ถูกยิงด้วยอาวุธใต้น้ำจนถึงขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ยิง หรือแม้แต่กบฏ พยัคฆ์ทมิฬอีแลมใช้เรือดำน้ำ ในการต่อตี เรือปฏิบัติการตามชายฝั่งของศรีลังกา นี่คือตัวอย่าง หากเรายังมีจุดอ่อนเช่นนี้

”ศาสตร์ใต้น้ำเป็นศาสตร์ที่กองทัพเรือได้ทิ้งไม่มีมาหลายสิบปีแล้ว และเป็นความจำเป็นที่จะต้องมีตามลำดับที่ได้จัดทำยุทธศาสตร์เป็นกำลังรบว่าจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำช่วงเวลาที่เหมาะสมพอ ที่รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และทุกกระบวนการสามารถตรวจสอบได้ ” พล.ร.อ.จุมพล กล่าว

พล.ร.อ.จุมพล กล่าวอีกว่า หลังจากที่มีการเซ็นสัญญาซื้อขายแล้วจะได้เรือดำน้ำประมาณ 6-7 ปีโดยเป็นงบผูกพันระหว่างปี 2560 -2566 กว่าจะมาใช้เรือฝึก ให้มีความเชี่ยวชาญในภูมิประเทศหรือในพื้นที่ปฏิบัติการ ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี รวมแล้วประมาณ 10 ปี กว่าจะเริ่มปฏิบัติการได้อย่างเป็นรูปประธรรม และถึงจะเริ่มศึกษาและเรียนรู้ เรื่องสมุทรศาสตร์ การทำแผนที่สำหรับเรือดำน้ำในการเดินเรือ โดยเฉพาะอู่ซ่อมต้องทำอย่างไร ตลอดจนถึงการฝึกพล