อธิบดีบังคับคดี แจ้งระงับทำนิติกรรม "บุญทรง-พวกรวม 6 ราย" ครบแล้ว ระบุมีเวลาสืบทรัพย์คดีข้าวจีทูจีกว่า4พันล้าน ยาวตลอด10ปี
น.ส.รื่นรดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยถึงขั้นตอนการบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์จากการเรียกค่าเสียหายในการทุจริตการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ว่า ภายหลังกระทรวงพาณิชย์ โจทก์ในคดีได้ส่งเรื่องให้กรมบังคับคดีดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ กรมบังคับคดีได้ส่งหมายแจ้งเรื่องการอายัดทรัพย์ไปยังลูกหนี้ 6 รายครบถ้วนแล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การทำงานของกรมบังคับคดีไม่มีกรอบเวลา ในคดีแพ่งมีอายุความ 10 ปี ดังนั้น ตลอดระยะเวลา 10 ปี ฝ่ายโจทก์สามารถสืบหาทรัพย์ของลูกหนี้เพื่อแจ้งให้กรมบังคับคดีอายัดทรัพย์ได้ตามกฎหมาย และหากสืบทรัพย์ได้เพิ่มเติมก็สามารถแจ้งกรมบังคับคดีให้อายัดทรัพย์ได้ตลอด โดยบางรายมีการสืบทรัพย์ยาวนานไปถึงปีที่ 9 สำหรับคดีทุจริตขายข้าวกรมบังคับคดีได้ส่งหมายแจ้งให้ลูกหนี้รับทราบว่าถูกระงับการทำนิติกรรมทรัพย์สินตามรายการที่ฝ่ายโจทก์ระบุ ตามปกติลูกหนี้สามารถใช้สิทธิ์ร้องศาลปกครอง เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว ทุเลาการบังคับคดีได้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆ จากศาลมาถึงกรมบังคับคดี ระหว่างนี้ถือว่าทรัพย์ทุกรายการที่กระทรวงพาณิชย์สืบพบถูกระงับการทำนิติกรรมไว้ สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ถูกอายัด กรมบังคับคดีไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นรายละเอียดในสำนวน คาดว่ากระทรวงพาณิชย์ ในฐานะโจทก์ จะเป็นฝ่ายชี้แจงเกี่ยวกับความคืบหน้าของการดำเนินการเป็นระยะๆ
ในส่วนของรายชื่อลูกหนี้คดีทุจริตการขายข้าว 6 ราย ประกอบด้วย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์, นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ โดยนายบุญทรง ถูกเรียกชดใช้ประมาณ 1,700 ล้านบาท ส่วนนายภูมิ ถูกเรียกชดใช้ประมาณ 2,300 ล้านบาท




