วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนวโน้มผู้เดินทางไปฮัจย์ปีนี้ลดลง ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ

สมาพันธ์ผู้ประกอบการ กิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย เผยแนวโน้มผู้เดินทางไป ประกอบการกิจการฮัจย์ปีนี้ลดจากปีที่แล้ว

คาดไม่เกิน 8,500 คน จากเดิมปีที่แล้ว 9,400 คน สาเหตุผลกระทบจากเศรษฐกิจ เสนอกรมการปกครองขยายเวลาลงทะเบียน ไปจนถึงสิ้นเดือนมี.ค. แนะรัฐบาลเจรจารัฐบาลซาอุดิอาระเบีย เลื่อนกำหนดให้สายการบินแห่งชาติ ทั้งสองประเทศรับผู้เดินทาง 50/50 ออกไปก่อน ค่าใข้จ่ายเพิ่ม 15,000-20,000 บาทต่อคน

ปีนี้ (2560) จะเป็นปีแรกที่ การดำเนินงานกิจการฮัจย์ ประจำปี พ.ศ.2560 ของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย มาอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ทำหน้าที่เป็นเลขาคณะกรรมการฯ จากเดิมที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม โดยจะเริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.2560

นายภักดี มะแอ ประธานสมาพันธ์ผู้ประกอบการกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” การดำเนินงานกิจการฮัจย์ ประจำปี 2560 (ฮ.ศ.1438) ในปีนี้ทางว่ามีแนวโน้มจะลดลงจากปี 2559 จากตัวเลขที่มีการลงทะเบียนทั่วไปเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2560 ที่ผ่านมา มีการลงทะเบียนไว้ที่ประมาณ 7,500 คน

ยังเหลือในส่วนของการลงทะเบียนของผู้ประกอบการที่จะปิดการลงทะเบียนในวันที่ 23 มี.ค.2560 ที่จะถึงนี้ก็คาดว่าในปีนี้จะมีทั้งหมดไม่เกิน 8,500 คน ซึ่งจะน้อยกว่าปี 2559 ที่มีผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์รวมทั้งสิ้นประมาณ 9,400 คน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากเรื่องความพร้อมทางด้านการเงินจากปัญหาเศรษฐกิจ

“สังเกตุจากการให้ผู้ลงทะเบียนมีการยืนยันการลงทะเบียนรอบสอง ซึ่งจะต้องวางเงินมัดจำ 55,000 บาทต่อคน ปรากฎว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีการยืนยันการเดินทาง ส่วนใหญ่จะมีปัญหาความไม่พร้อมทางด้านการเงิน ซึ่งก็คล้ายๆกับปี 2559 ก็เจอปัญหาเดียวกัน”

ในขณะเดียวกันในปีนี้ ทางประเทศซาอุดิอาระเบียได้จัดสรร จำนวนผู้มีสิทธิเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์เพิ่มขึ้นจากปี 2559 จำนวน 10,400 คน เพิ่มเป็น 13,000 คน ฉะนั้นทางสมาพันฯ อยากจะเสนอให้กรมการปกครอง พิจารณาขยายเวลาในการรับลงทะเบียนออกไปจนถึงสิ้นเดือนมี.ค.2560 จากเดิมที่กำหนดปิดรับลงทะเบียนภายในวันที่ 23 มี.ค.2560

เพื่อหวังว่าจะมีพี่น้องประชาชนที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจ จะสามารถตัดสินใจได้เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะเข้าใจระบบการเตรียมการเดินทางของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะต้องมีเวลาในการเตรียมการอยู่พอสมควรก็ตาม เช่น การฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่จะเดินทางไปทั้งหมดจะต้องใช้เวลาดำเนินการ

ประธานสมาพันธ์ผู้ประกอบการกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ยังได้ฝากไปถึงรัฐบาลและคณะกรรมการให้เจรจากับทางรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย เรื่องการกำหนดให้ปีนี้เป็นปีแรกที่ทางรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย กำหนดให้ผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ของไทย จะต้องเดินทางโดยสารการบินแห่งชาติของซาอุดิอาระเบีย และสายการบินแห่งชาติของไทยในสัดส่วน 50/50

หมายความว่าจะมีสายการงบินแห่งชาติของซาอุดิอาระเบีย เข้ามาให้บริการรับผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์จากไทย 50 เปอร์เซ็นต์หรือครึ่งหนึ่ง ซึ่งการที่รัฐบาลซาอุดิอาระเบียมีข้อกำหนดดังกล่าว จะทำให้ต้นทุนการเดินทางเพิ่มขึ้นประมาณ 15,000-20,000 บาทต่อคน เนื่องจากเป็นการบินแบบเช่าเหมาลำ จากเดิมที่บินโดยสายการบินปกติ

ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลซาอุดิอาระเบียเพิ่งแจ้งให้ทราบในการประชุมเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมานี่เอง ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทางผู้ประกอบการไม่สามารถไปเรียกเก็บเพิ่ม จากผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากมีการกำหนดราคาไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงอยากให้เจรจาเพื่อขอความเห็นใจเลื่อนการใช้ข้อกำหนดนี้ไปในปีหน้า (2561) เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้ที่จะเดินทางได้เตรียมตัว

“เป็นเผือกร้อนสำหรับกรมการปกครอง หลังจากที่เข้ามาดูแลกิจการฮัจย์เป็นปีแรก แต่ก็หวังว่าจะใช้แนวทางการเจรจาของความเห็นใจ เพราะเราไม่สามารถไปขอให้รัฐบาลซาอุดิอารเบียเขายกเลิกได้ เพราะเขาใช้กับประเทศมาเลเซียมาแล้ว 8 ปีและใช้กับทุกประเทศทั่วโลก ของเราเพิ่งจะกำหนดใช้ปีนี้เป็นปีแรก” ประธานสมาพันธ์ผู้ประกอบการกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยกล่าว