โฆษกก.ยุติธรรม เผยสั่งตั้ง "กองอำนวยการร่วม" ในวัดธรรมกาย เพื่อตร.-ทหาร-ดีเอสไอและพศ. ร่วมดูแลจัดระเบียบ
นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม ได้กล่าวถึงกรณีวัดพระธรรมกายว่า ได้รับรายงานชั้นต้นจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่องการตรวจค้นวัดพระธรรมกายแล้ว โดยได้เข้าตรวจค้นจุดต้องสงสัยสำคัญคืออาคารดาวดึง เป็นกุฏิพระธัมมชโย เพื่อดูร่องรอยว่ากลับมา ใช่หรือไม่
ทั้งนี้ ไม่พบร่องรอย อาคารปุโรหิตา อาคารมหาพรหม โรงปั้นพระ อาคารมหาวิหารคุณยายจัน อาคารพุทธศิลป์ อาคารร้อยปีคุณยายจัน อาคารบุญรักษา ไปตรวจดูถังน้ำมัน ร่องคูที่ขุดไว้ใกล้ๆ ส่วนที่ไม่พบตัวพระธัมมชโยในครั้งนี้ ก็เป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนพิเศษที่ต้องสืบสวนหา เบาะแส อยู่ที่ใดก็ต้องติดตามให้พบและควบคุมตัว ทราบว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษมี ชุดสืบสวนเฉพาะกิจ ติดตามกรณีนี้อย่างจริงจัง
“ขอย้ำว่าแม้กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะได้เข้าไปตรวจค้นพื้นที่ที่ต้องสงสัยแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยุติการทำงาน ความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษตามคำสั่งที่ 5/2560 ยังคงอยู่และถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำต่อไป กรมสอบสวนคดีพิเศษจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ใครที่ทำผิดกฎหมายไว้ ก็จะถูกดำเนินคดีไม่มีละเว้น สังคมอาจสงสัยว่า จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต จะทำอะไรต่อไป จะหยุดแค่นี้หรือ ขอเรียนว่า ไม่หยุด การบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่วัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบจะต้องดำเนินการได้
ในชั้นต้นทราบว่าจะตั้งกองอำนวยการร่วมขึ้นภายในวัดพระธรรมกาย ประกอบด้วยตำรวจภูธรภาค 1 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ฝ่ายปกครองของจังหวัด คณะสงฆ์ผู้ปกครอง เพื่อดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยภายในวัดพระธรรมกาย รวมทั้งการบริหารและการจัดกิจกรรม การชุมนุมที่ตลาดกลางต้องยุติลง การปลุกระดมให้พระสงฆ์และลูกศิษย์มารวมตัวกันต้องไม่มี การดำเนินคดีผู้กระทำความผิดต้องทำต่อ การก่อกวนยั่วยุต่อกำลังของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจก็ต้องยุติ ลงด้วย รวมทั้งการเคลื่อนไหวของพวกฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ หรือรอเวลาให้เกิดเหตุรุนแรงแล้ว ผสมโรง ผมเห็นว่าเรื่องสำคัญที่ต้องทำให้ได้คือ การบังคับใช้กฎหมายกับพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายต้องทำได้ในระยะยาว อีกเรื่องคือต้องระวังเหตุแทรกซ้อนที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง การบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รัฐบาลต้องดำเนินการต่อไปทั้งสองเรื่อง” รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าว
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า ปัญหาพระธัมมชโย กรมสอบสวนคดีพิเศษต้องดำเนินการติดตามจับกุมตัวให้ได้ ส่วนปัญหาวัดพระธรรมกายต้องร่วมมือกันหลายภาคส่วน จึงจะแก้ไขปัญหาที่สังคมส่วนใหญ่ตั้งข้อ สงสัยได้สำเร็จ คณะสงฆ์ พศ. หรือแม้แต่วัดพระธรรมกายเอง ต้องร่วมมือแก้ไขปัญหาด้วย ถ้าพิจารณาจากการที่พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี แถลง วานนี้ที่ว่าพระสงฆ์ทั้งปวงอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ พระสงฆ์ต้องเอื้อเฟื้อต่อกฎหมาย เมื่อมีปัญหาพระสงฆ์จะเข้ามาจัดการให้เกิดความเรียบร้อยดีงามเพื่อให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ สิ่งใดผิดกฎหมายต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ตนว่าชอบด้วยเหตุและผล แต่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันปฏิบัติ ให้เกิดขึ้นจริง กระทรวงยุติธรรมไม่ยุติการทำงานเรื่องนี้เพียงเท่านี้ จะร่วมมือสนับสนุนทุกฝ่ายจัดการปัญหานี้




