วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุยแก้กฎหมายขยายอายุความคดี 'คอร์รัปชัน'

“ประยงค์” เผย ศอตช.นัดหารือความเป็นไปได้แก้ไขกม.อายุความคดีทุจริตสัปดาห์หน้า เชื่อช่วยเพิ่มโอกาสนำตัวคนผิดมาลงโทษ-หวั่นทำข้าราชการเฉื่อยชา

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท .) ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ว่าได้สั่งการศอตช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาความเป็นไปได้ในการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับอายุความในคดีทุจริต

โดยกล่าวว่าในสัปดาห์หน้าศอตช. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการกฤษฎีกา กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะนัดหารือถึงรายละเอียดต่างๆในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้มีการปรับแก้ไปแล้ว ทั้งในประเด็นการขยายอายุความคดีทุจริต และขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับคดีทุจริตให้เร็วขึ้น ซึ่งนายกฯได้สั่งการเพิ่มเติมให้ไปศึกษาในเรื่องอายุความในคดีทุจริตว่า ให้เริ่มนับตั้งแต่เมื่อปรากฏหลักฐานการทุจริต ไม่ใช่นับจากวันที่กระทำผิดได้หรือไม่ จึงต้องมีการหารือเพิ่มเติมเพื่อลงรายละเอียด

ทั้งนี้ เชื่อว่าการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับอายุความในคดีทุจริตนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้ผู้ที่กระทำความผิด ไม่ว่าจะหลบหนีไปนานแค่ไหนก็ต้องถูกดำเนินคดี แต่ขณะเดียวกันก็อาจทำให้เจ้าหน้าที่บางคนไม่กระตือรือร้น เพราะฉะนั้นต้องดูในรายละเอียดให้ครบถ้วนในทุกประเด็น

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ.ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมตั้งเป้าหมายเดินหน้าตรวจสอบผ่านกลไกต่างๆ หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

พร้อมกันนี้ ยังได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ (ป.ย.ป) เพื่อผลักดันให้เกิดกฎหมายเชิงรุกมาอุดช่องว่างของกฎหมาย ทั้งนี้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดระบบและแก้ไขปัญหาไปตามลำดับ อาทิ การพัฒนาระบบการจัดซื้อภาครัฐ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ถึง 70,000 ล้านบาท ตลอดจนการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม 35 โครงการ ที่ช่วยประหยัดงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท และกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างภาครัฐของประเทศอังกฤษเข้ามาใช้เพื่อเกิดความโปร่งใสทุกขั้นตอน

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการเสนอราคาให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างที่มีมูลค่าสูงกว่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแลทั้งระบบ พร้อมสั่งการให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาความเป็นไปได้ในการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับอายุความในคดีทุจริต โดยให้เริ่มนับตั้งแต่เมื่อปรากฏหลักฐานการทุจริต ไม่ใช่นับจากวันที่กระทำผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าก่อนหน้านี้ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “Veera Somkwamkid” ว่าถ้ารัฐบาล คสช. มีความจริงใจและจริงจังในการปราบปรามการทุจริต ควรใช้อำนาจตามมาตรา 44 ประกาศให้คดีการทุจริตไม่มีอายุความ ตรวจสอบพบเมื่อใด ดำเนินคดีได้ทันที ทำให้ได้อย่างเดียวกับประเทศจีน