วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปปง.' โต้ 'สังศิต' มั่วข้อมูลอายัดทรัพย์

"พล.ต.อ.ชัยยะ" โต้กลับ "สังศิต" มั่วข้อมูลอายัดทรัพย์ แจงศาลสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน 1,128 คดี จากทั้งหมด 1,225 คดี ไม่ใช่แค่ 12คดี

พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการปปง. กล่าวตอบโต้กรณีนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบรามการฟอกเงิน ออกมาระบุถึงคดีสินบนโรลส์รอยซ์กับการดำเนินงานของปปง.ว่า อาจส่งผลกระทบต่อการประเมินของแฟทเอฟ( FATF )ในเดือนพ.ค.นี้. และอาจส่งผลกระทบเป็นสึนามิทางเศรษฐกิจนั้น ว่า ข้อเท็จจริงของนายสังศิตมีความคลาดเคลื่อนและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรปปง. โดยเฉพาะประเด็นสถิติการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 1,200 ราย ซึ่งนายสังศิตระบุว่าศาลสั่งให้เป็นไปตามคำขอแค่ 12 ราย ซึ่งไม่เป็นความจริง โดยปปง.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 1,225 คดี และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินจำนวน 1,128 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 92.08 ของคดีทั้งหมด ในจำนวนดังกล่าวมีการนำเรื่องขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจำนวน 21 คดี ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามคำร้องของปปง.จำนวน 18 คดี ซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลของนายสังศิตแต่อย่างใด 

ส่วนกรณีที่นายสังศิตได้ระบุถึงอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินนั้น พล.ต.อ.ชัยยะ ชี้แจงว่า องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ไม่มีการลงนามในอนุสัญญาดังกล่าวแต่อย่างใด คาดว่านายสังศิตน่าจะกล่าวโดยรวมถึงอนุสัญญา3ฉบับคือ อนุสัญญาสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตซึ่งอนุสัญญาทั้ง3ฉบับได้กำหนดให้นำมาตรการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมาใช้เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในกรณีสินบนโรส์-ลอยด์ เป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ซึ่งกำหนดให้ประเทศสมาชิกใช้มาตรการในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อยับยั้งและป้องกันการทุจริตรวมถึงการยึดอายัดและริบทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เป็นหน่วยงานหลัก โดยปปง.ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้วทั้งนี้ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการและประสานงานกับทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด แต่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี 

สำหรับการเข้ามาประเมินความเสี่ยงในการฟอกเงินของประเทศไทยจากFinancial Action Task Force.หรือFATFหากประเมินแล้วพบว่า ประเทศสมาชิกมีข้อบกพร่องจำนวนมากในการปฏิบัติตามมาตรการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เช่นกฎหมายที่มีอยู่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิผล หรือไม่มีการประสานความร่วมมือกับต่างประเทศอย่างเพียงพออาจส่งผลให้ประเทศนั้นถูกกำหนดรายชื่อเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน