วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บิ๊กตู่'ติดตามงานด้านความมั่นคงจังหวัดชายแดนใต้

"นายกฯ" ลงพื้นที่ติดตามงานด้านความมั่นคง-การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดชายแดนใต้ เน้นให้เป็นแหล่งเลี้ยงสัตว์ ส่งเสริมอุตสาหกรรมท้องถิ่น

ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมหารือติดตามงานด้านความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ก่อนการประชุมนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณและชื่นชมข้าราชการ รวมถึงเจ้าหน้าทุกคนที่ทำงานหนักมาตลอดช่วงปีใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับประชาชนในพื้นที่ และกล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมกล่าวยืนยันว่ารัฐบาลมีความห่วงใย ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนภาคใต้ แต่เนื่องด้วยติดขัดปัญหาในหลาย ๆ อย่าง แต่ก็จะพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้ได้ โดยภาคใต้มีศักภาพในหลาย ๆ ด้านที่ควรส่งเสริม เพิ่มศักยภาพให้มีการเจริญเติบโตให้มีความยั่งยืนก้าวหน้าต่อไป

ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานภารกิจของผู้แทนพิเศษของรัฐบาล โดยได้บูรณาการงานด้านความมั่นคงและการพัฒนาให้ประสานสอดคล้องทุกมิติ อย่างสอดคล้องกันได้แก่ ด้านความมั่นคง ด้านการพัฒนา และด้านการสร้างความเข้าใจ เพื่อให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสันติสุข อย่างมั่นคง สำหรับด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนพบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจต่อนโยบายการพัฒนาของรัฐบาล ต้องการให้มีการพัฒนาพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ ส่วนบรรยากาศการอยู่ร่วมกันแบบสังคมพหุวัฒนธรรมของพี่น้องไทยพุทธและไทยมุสลิมมีความสัมพันธ์ที่ดีมากขึ้นตามลำดับ ประชาชนมีความหวังในอนาคตต่อการพัฒนาเพื่อให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสุข มีความอยู่ดีกินดี สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีเจตนารมย์ที่จะพูดคุยกับทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องใช้กฎหมายควบคู่กันไป ส่วนในเรื่องการสร้างเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ ต้องการส่งเสริมให้ภาคใต้เป็นพื้นที่หลักในการเลี้ยงสัตว์ พร้อมกับสร้างอุตสาหกรรมท้องถิ่น ที่เกิดขึ้นโดยคนในชุมชน และเอกชนในท้องถิ่น ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนในส่วนที่ขาด ทั้งนี้ ขอให้ดูความต้องการของตลาดเป็นหลัก และขอให้นำอัตลักษณ์ที่เป็นความแตกต่างของภาคใต้เป็นจุดเด่นในการสร้างจุดขาย พร้อมกับให้รวมกลุ่มกันภายใต้รูปแบบประชารัฐ ภายใต้ความร่วมมือของประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งต้องสร้างการรับรู้ไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่วนการทำเกษตรขอให้เป็นเกษตรกรยุค 4.0 คือนำเทคโนโลยีมาช่วยในการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่า และส่งเสริมให้ครู อาจารย์ รวมถึงนักวิชาการเข้าช่วยในเรื่องของทำการวิจัย

สำหรับการใช้จ่ายงบประมาณ นายกรัฐมนตรี ขอให้ยึดแผนตามกิจกรรมที่เร่งด่วนและสำคัญเป็นหลัก ทำให้เกิดความเชื่อมโยงกัน เน้นโครงการที่เกิดเป็นรูปธรรมสร้างประโยชน์ต่อประชาชน และสามารถทำให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2560 ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณ หากจังหวัดไหนไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนคำของบประมาณผู้ว่าราชการจังหวัดต้องรับผิดชอบ พร้อมกับขอให้สร้างการรับรู้การใช้งบประมาณให้ประชาชนได้เข้าใจ ซึ่งการทำงานอะไรก็ตามขอให้คำนึงถึงความคุ้มค่าของงบประมาณ รวมถึงเวลาที่ใช้ในการดำเนินงาน