“อภิสิทธิ์” ปลุกคนการเมืองนำปฏิรูปในปี 60 มุ่งเรียกศรัทธาคืนจากปชช. วอนคสช.ปลดล็อคพรรคการเมือง หลังมีกฎหมายพรรคฯใช้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าววิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองในปี 2560 ว่าเป็นปีที่เดินเข้าสู่ระยะที่สามของโร๊ดแมพ มีความแตกต่างจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่มีการลงประชามติรัฐธรรมนูญ และเริ่มมองเห็นว่าระยะเวลาที่เหลืออยู่จะกลับเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่ในปี2560 นั้นจะเห็นการเดินเข้าสู่เลือกตั้งเป็นรูปธรรมมากขึ้นแม้การเลือกตั้งจะไม่เกิดในปี 60 แต่สังคมจะให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งมากขึ้น ซึ่งความสนใจนั้นก็จะเข้าสู่ปัญหาของประชาชนว่า จะได้รับการแก้ไขหลังการเลือกตั้งอย่างไร และทำอย่างไรไม่ให้มีความขัดแย้งแบบเดิม ดังนั้นปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่เป็นปัญหาใหญ่ในสังคมชนบท และคนที่มีรายได้น้อยจะมีการถกเถียงแสดงออกมากขึ้นว่าจะแก้อย่างไร เมื่อใกล้สู่การเลือกตั้งจะมีการประเมินว่ามีการปฏิรูปมากน้อยแค่ไหนอะไรที่ต้องทำต่อและอะไรที่เปลี่ยนแปลงบ้าง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า โจทย์สำคัญคือต้องหาคำตอบให้กับอนาคตของประเทศว่า จะดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างไรเพราะนับวันความต้องการของประชาชน จะมีความหลากหลาย และมีช่องว่างมากขึ้นเช่นตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจนั้น ไม่มีความหมายสำหรับคนส่วนใหญ่ เนื่องจากมีปัญหาภัยแล้งพืชผลตกต่ำเรื่องเงินเฟ้อถึง 1% หรือไม่ มีความหมายเท่ากับของแพงหรือไม่เช่นเดียวกับนโยบาย4.0 ที่ไม่ใช่คำตอบสำหรับคนทุกกลุ่มจึงหวังว่าปี2560 ประชาชนจะตื่นตัวเรื่องทางเลือกนโยบายมากขึ้นก่อนนำไปสู่การเลือกตั้ง แทนที่จะถกเถียงเรื่องกฎหมายหรือกติกา ซึ่งพรรคจะเดินหน้าเท่าที่ทำได้ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมาย แต่ตนได้พบปะกลุ่มคนต่างๆ หลากหลายเพื่อรวบรวมวิธีการนำเสนอนโยบายให้ตรงจุด โดยเรื่องใหญ่ที่ประเทศต้องเผชิญต้องทำให้สอดคล้องกัน เช่นการศึกษา จะพูดเรื่องคุณภาพอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูเรื่องความเปลี่ยนแปลงด้วย ทำให้ระบบการศึกษากระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคม
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก กล่าวต่อไปว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะจำกัดการทำงานของพรรคการเมืองในปีหน้าเพราะเมื่อกฎหมายพรรคการเมืองบังคับใช้ ก็ต้องมีการประชุมเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยจะทำให้พรรคการเมืองมีเสรีภาพในการทำงาน และจะเป็นคำตอบว่าประชาชนจะมีความเห็นอย่างไรกํบพรรคการเมืองทั้งนี้ทางพรรคจะมุ่งนโยบายให้เป็นความหวังของประชาชนให้ได้มากที่สุดเพราะถ้าไม่สามารถทำให้ประชาชนรู้สึกว่าพึ่งได้ไม่ใช่เข้ามาเพื่อแสวงหาประโยชน์ของตัวเองปี2560จึงเป็นปีที่ท้าทายว่าจะทำให้ประชาชนมั่นใจได้หรือไม่ว่าพรรคการเมืองเป็นคำตอบไม่ใช่ผู้สร้างปัญหา
“ สำหรับพรปีใหม่ผมขอให้ปี 2560 มีการวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจสำหรับคนไทยทุกคน ให้การเมืองไทยเป็นการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย และคนในระบบประชาธิปไตยใช้เสรีภาพด้วยความรับผิดชอบให้สังคมไทย ใช้พลังความสามัคคีเป็นพื้นฐานให้ประเทศมีอนาคตที่ดีต่อไป คสช.ที่ต้องการวางรากฐานประเทศจะอยู่บนความคิดว่านักการเมืองชั่วหมดต้องกำจัดเสรีภาพคงไม่ได้ เพราะต้องนำสังคมไทยกลับสู่การเลือกตั้ง จึงหวังว่าจะปรับเปลี่ยนท่าทีเพื่อเตรียมสังคมให้มีความพร้อมสำหรับอนาคตต่อไป ถ้าไม่ทำก็เสี่ยงว่าสิ่งที่ทำไว้จะไม่ได้ผลอะไร เพราะทุกอย่างจะกลับคืนสู่สภาพเดิมสำหรับกติกาที่เปลี่ยนแปลงไปไม่คิดว่าจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะการเมืองจะเปลี่ยนอย่างไรอยู่ที่พฤติกรรมมากกว่ากติกา
เนื่องจากบทบัญญัติต่างๆ มีความพยายามจะทำให้ดีขึ้นแต่ไม่ได้เป็นหลักประกัน เพราะปัญหาประเทศไทยที่ผ่านมาคือการบังคับใช้กฎหมาย และวัฒนธรรมทางการเมือง ถ้านักการเมืองยังมุ่งประโยชน์ของตนมองหาช่องว่างทางกฎหมาย หรือใช้กฎหมายในทางบิดเบี้ยวกติกาก็ไม่ช่วยอะไร พลังสังคมที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการเมือง และการบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้อง ถ้าระบบการเมืองไม่สามารถสร้างความศรัทธาได้สุดท้ายจะย้อนกลับสู่ปัญหาเดิม เมื่อถึงการเลือกตั้งสังคมจะมีโอกาสเลือกพรรคการเมือง ถ้าสนับสนุนคนเก่าให้ทำแบบเก่าก็ได้ผลแบบเก่าแต่ในฐานะนักการเมืองก็เรียกร้องนักการเมืองด้วยกันว่า ต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงปฏิรูป”นายอภสิทธื์ กล่าว




