"รองปลัดยธ." เชื่อ "วิชัย ปั้นงาม" เลื่อนมอบตัวกลัวถูกขยายผลถึงบุคคลระดับสูง คัด 165 ชื่อข้าราชการพัวพันแก๊งเงินกู้ คาดสอบจนครบ 1,000 ราย
พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายวิชัย ปั้นงาม ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีปล่อยเงินกู้นอกระบบ (แก๊งหมวกกันน็อค) ทำหนังสือขอเลื่อนการเข้ามอบตัวออกไป จากเดิมที่นัดเข้ามอบตัวในวันนี้ ( 28 ธ.ค.) โดยอ้างว่าติดภารกิจเร่งด่วนว่า นายวิชัยขอเลื่อนการเข้ามอบตัวออกไปจริง สันนิษฐานว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องความปลอดภัย.แต่คงมีบุคคลอื่นที่อยู่เหนือจากนายวิชัยเกรงว่าหากมอบตัวแล้วอาจมีการสอบสวนโยงใยไปถึงคนเหล่านั้น เพราะนายวิชัยมีพรรคพวกหลายคน เบื้องต้นยังไม่มีกำหนดว่าจะเข้ามอบตัวเมื่อใด ล่าสุดทราบว่านายวิชัยยังอยู่ในประเทศญี่ปุ่น และก่อนหน้านี้มีกำหนดเดินทางกลับในวันที่ 1 ม.ค. 2560 โดยการเดินทางออกไปเป็นวีซ่าท่องเที่ยวที่มีกำหนด 15 วัน วีซ่าน่าจะใช้ได้ถึงวันที่ 3-4 ม.ค. 2560 หากจะอยู่ต่อก็ต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ย้ำว่าการเลื่อนมอบตัวไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการสอบสวนคดีของเจ้าหน้าที่ และหากออกจากประเทศญี่ปุ่นแล้วจะไปที่ใดต่อเจ้าหน้าที่ก็สามารถตรวจสอบได้ จากข้อมูลพบว่านายวิชัยมีธุรกิจลิสซิ่งลักษณะเดียวกันอีกที่ประเทศกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการติดตามความคืบหน้าและหารือแนวทางดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นการเอาผิดฐานฟอกเงินกับผู้เกี่ยวข้องในเครือข่าย ซึ่งได้กำชับพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้เร่งรัดสอบสวนเอาผิดคดีฟอกเงินเพราะผู้ที่ถือครองทรัพย์แทนก็มีความผิดด้วย โดยต้องเร่งติดตามทรัพย์สินให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีประชาชนและผู้หวังดีหลายรายแจ้งเบาะแสเรื่องทรัพย์สินเข้ามาให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจไปตรวจยึด ในส่วนของทรัพย์สินที่ยึดไว้หลายรายการยังอยู่ระหว่างประเมินมูลค่า รวมทั้งตู้เซฟบางส่วนที่ยังไม่ได้เปิด หุ้น ที่ดินที่และบ้านพักในต่างจังหวัดที่ได้รับแจ้งข้อมูลเบาะแสเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถยึดทรัพย์สินได้เกือบทั้งหมดเพราะกลุ่มผู้ต้องสงสัยไม่ได้เตรียมตัวหรือโยกย้ายทรัพย์สินไว้ล่วงหน้า. อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะต้องเร่งติดตามเส้นทางธุรกรรมย้อนหลังเพื่อให้ทราบถึงที่มาของเงินและมีการนำไปให้บุคคลใดบ้าง ซึ่งจะทำให้รู้ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน
ในส่วนของรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่ปรากฏชื่อเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวได้รับรายงานว่าจากรายชื่อกว่า 1,000 คน สามารถคัดกรองได้แล้ว 165 คน และคงมีอีกหลายหน่วยงานที่เข้าไปตรวจสอบเพื่อทยอยรายงานเพิ่มเติมให้ครบทั้ง 1,000 คน เชื่อว่าตัวเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องคงรู้ตัวอยู่ว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้หรือไม่อย่างไร ส่วนการดูแลความเดือดร้อนของประชาชนในวันพรุ่งนี้( 29 ม.ค.) ดีเอสไอจะประชุมร่วมกับหน่วยบังคับใช้กฎหมายเพื่อพิจารณาเรื่องรายชื่อเครือข่ายและประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ เพื่อตรวจสอบว่าแต่ละหน่วยงานจะเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง ขณะนี้ต้องพยายามป้องกันไม่ให้กลุ่มหมวกกันน็อคไปรังแกประชาชน ตราบใดที่ตัวการไม่อยู่เชื่อว่าเครือข่ายระดับกลางและระดับล่างคงไม่สามารถทำอะไรได้" รองปลัดกระทรวงยุติธรรมระบุ





