วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เพื่อไทย'หวังปี60 รัฐสร้างความเชื่อมั่น-คลี่คลายศก.ซบเซา

“เพื่อไทย” หวังศักราชใหม่ปี 60 รัฐสร้างความเชื่อมั่นเพื่อคลี่คลายปัญหาเศรษฐกิจซบเซา

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ใกล้จะถึงศักราชใหม่ ฟ้าใหม่ ปี 2560 ทุกภาคส่วนควรร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศให้บ้านเมืองปกติสุข ก้าวข้ามความขัดแย้ง สร้างความเชื่อมั่นให้คนไทยและต่างประเทศได้เห็นอย่างชัดเจนให้ได้ ทั้งนี้ ตนเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีที่กล่าวว่า การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ทางออก แต่ตนเห็นเพิ่มเติมว่า ต้องเลือกตั้งภายใต้กติกาที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่กำหนดกติกาให้อยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจนิยม ซึ่งเวลาที่ผ่านมาน่าจะพิสูจน์ได้แล้วว่าเป็นต้นเหตุทำให้เศรษฐกิจซบเซา ถดถอย การที่บ้านเมืองจะปกติสุขได้ ประชาชนจะต้องไม่เดือดร้อนในการประกอบอาชีพ มีความเป็นอยู่ที่ไม่ฝืดเคือง ไม่ขัดสน ไม่ยากจนมากมายจนต้องเปิดลงทะเบียนคนจนรอบสอง ธุรกิจ กิจการต่างๆ จะต้องคึกคัก ไม่ซบเซา ไม่ล้มละลาย หรือเลิกกิจการไป

นายชวลิต กล่าวอีกว่า เมื่อมองย้อนกลับไปในห้วงเกือบ 3 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับความจริงว่า ทุกภาคส่วนเผชิญปัญหาเศรษฐกิจถดถอย ซบเซา GDP ของไทยเติบโตต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ถ้าจะยกเหตุผลว่า เพราะปัญหาเศรษฐกิจโลกถดถอย แล้วประเทศเพื่อนบ้านเราอีก 9 ประเทศก็ประสบปัญหาดังกล่าวเช่นกัน แต่ทำไม GDP ของเราถึงแพ้พม่า ลาว กัมพูชา ทั้งๆ ที่โครงสร้างพื้นฐานเทียบไทยไม่ได้เลย ส่วนประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากนี้เขาแซงไทยไปนานแล้ว เมื่อมาดูตัวเลขทางเศรษฐกิจอื่นๆ ประกอบ เช่น การส่งออก การลงทุน การปิดกิจการธุรกิจห้างร้าน SME ตัวเลข NPL การว่างงาน ล้วนส่งผลให้ GDP ของไทยเติบโตต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียนดังกล่าว โดยเฉพาะตัวเลขการลงทุน นับประสาอะไรกับการเชิญนักลงทุนต่างประเทศมาลงทุน แม้แต่นักลงทุนไทย รัฐบาลเชิญแล้วเชิญอีกยังไม่มีใครเชื่อมั่น กล้าลงทุน เพราะทั้งไทยและเทศเห็นตรงกันหมด ไม่มีใครเชื่อมั่นกล้าลงทุนกับรัฐบาลที่มีกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย หรือรัฐบาลหน้าที่จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพหรือเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจพิเศษครอบงำ เห็นได้จากโครงสร้างอำนาจที่วางไว้ ทั้งกฎหมายแม่และกฎหมายลูกที่จะตามมา ล้วนอยู่ในโครงสร้างอำนาจนิยมทั้งสิ้น

นายชวลิต กล่าวด้วยว่า เพื่อศักราชใหม่ เพื่อฟ้าใหม่ ถ้าตั้งใจทำเพื่อนำประเทศสู่ความศิวิไลซ์ ให้ยากแค่ไหนก็แก้ได้ เฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาเศรษฐกิจกระทบกับทุกคน ทุกครัวเรือน ทุกกิจการ ตนเห็นว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นเสาหลักสำคัญเสาหนึ่งที่ค้ำยันประเทศ ถ้าบริหารประเทศภายใต้โครงสร้างอำนาจนิยมในยุคโลกาภิวัฒน์ก็ไม่อาจสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับนักลงทุนทั้งไทยและเทศได้ เบื้องต้น ผู้ที่จะได้รับผลกระทบอย่างมากหากประเทศอยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจดังกล่าวคือ เกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ตลอดจนผู้ใช้แรงงาน หาเช้ากินค่ำ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เมื่อฐานรากซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ที่ยากจนซวนเซ ย่อมส่งผลให้ยอดปิรามิดสั่นคลอนและล้มลงได้ ซึ่งตนมั่นใจว่า คงไม่มีใครปรารถนาที่จะให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ความจริงนักการเมือง พรรคการเมือง ถ้าวางเฉย ลอยไปตามน้ำ เลือกตั้งได้ก็ทำหน้าที่ไป หากเลือกตั้งไม่ได้ก็ทำภาระอย่างอื่นไม่เดือดร้อน แต่คนที่จะเดือดร้อนคือ ประชาชน และกิจการธุรกิจ ทั้งหลายจะล้มละลายและเลิกกิจการไปเรื่อยๆ จากปัญหาความเชื่อมั่นในรัฐบาลดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่สุด จึงขอฝากเป็นข้อคิดกับผู้เกี่ยวข้อง ส่งท้ายปีเก่า