"นายกรัฐมนตรี" ขอทุกฝ่ายน้อมนำกระแสพระราชดำรัส "รัชกาลที่ 10" ไปปฏิบัติ ชี้องค์ความรู้จาก "ศาสตร์พระราชา" สอนให้พัฒนาอย่างยั่งยืน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่าตนขออัญเชิญกระแสพระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้รัฐมนตรีซึ่งได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่ เฝ้าทูลอะอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่20ธันวาคม ที่ผ่านซึ่งทุกคนควรน้อมนำไปปฏิบัติว่า ขอให้น้อมนำศาสตร์พระราชาแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอดระยะเวลา70ปี , พระราชกรณียกิจ ที่ทรงปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ ในการบริหารราชการแผ่นดินและการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ รวมทั้งยึดถือเป็นแบบอย่างที่ดี อันจะเป็นสิริมงคลเป็นพระคุ้มครอง และเป็นแสงสว่างนำทางให้แก่ปวงชนชาวไทยทุกคนตลอดไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ศาสตร์พระราชาถือเป็นตำราแห่งชีวิตเพราะบันทึกจากประสบการณ์ จากการทรงงาน ที่ทำให้ประเทศไทยสามารถผ่านวิกฤตการณ์ต่างๆ มาได้ทุกมิติ ตนขอชื่นชนสื่อทุกแขนง ที่ได้นำเสนอในรูปแบบต่างๆ สู่สายตาประชาชน และเยาวชนรุ่นใหม่ ให้รับรู้เข้าใจ ได้ลึกซึ้งและถ่องแท้มากยิ่งขึ้น เพื่อสามารถน้อมนำไปสู่การปฏิบัติได้ เป็นอย่างดี ทั้งนี้ในส่วนของรัฐบาลได้ดำเนินงานด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ โดยการน้อมนำศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง เพื่อรักษาสมดุล และสร้างความยั่งยืน ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ให้มีผลที่เป็นรูปธรรมกว่าอดีตที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ด้วยองค์ความรู้จากศาสตร์พระราชาสอนให้เรารู้ว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น นอกจากเราจะต้องรักษาสมดุล ทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคม โดยจะต้องไม่มองข้ามมิติสิ่งแวดล้อมด้วยแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการ คือ การสร้างความเข้มแข็งให้กับฐานรากเหมือนเสาเข็ม ถึงแม้ไม่มีใครมองเห็น อาจถูกลืม แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเริ่มแรก ที่มีความสำคัญต่อโครงสร้างโดยรวมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ซึ่งเป็นฐานรากของประเทศนั้น ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงกำชับว่าบทเรียนบทแรกก็คือ ให้ชาวบ้านเป็นครูและให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเน้นการระเบิดจากข้างใน ซึ่งไม่ใช่การยัดเยียด จากภายนอกแต่เพียงอย่างเดียว
"ปัจจัยสู่ความสำเร็จดังกล่าวประกอบไปด้วย วิสัยทัศน์ ความร่วมแรง เวทีประชาคมที่เข้มแข็ง และการใช้กิจกรรมเป็นเครื่องมือ ในการสานความสัมพันธ์ สมาชิกหมู่บ้าน ทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย เข้าด้วยกัน" นายกรัฐมนตรี กล่าว





