"อัศวิน" เร่งเปิดโรงฆ่าสัตว์กทม. เม.ย.-พ.ค.60 หวั่นอุปกรณ์ขึ้นสนิม-เสี่ยงพังดึงเอกชนบริหารใหม่ หลังถูกทิ้งร้างนาน 10 ปี
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงโครงการก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์ กทม. ว่า ปัจจุบันโรงฆ่าสัตว์ของกทม. เขตหนองแขม ยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ แต่อยากให้เปิดใช้งานโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์กับสังคม ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องกำไรมาก หรือกำไรน้อย เพราะหากสามารถเปิดใช้โรงฆ่าสัตว์ได้ จะสอดรับกับนโยบายสะดวกสะอาด ต่อประชาชนและผู้บริโภค ซึ่งจะดีกว่าปล่อยทิ้งไว้ โดยอาจดำเนินกานในรูปแบบต่างๆ อาทิ ให้เอกชนเข้ามาดำเนินการฟรี 2 ปี จากนั้นจึงจะเก็บค่าเช่า โดยระหว่างที่เอกชนเข้ามาดำเนินการ ก็ให้ปรับปรุงโรงฆ่าสัตว์ไปด้วย ซึ่งตนต้องการให้ภายในเดือน เม.ย.-พ.ค.2560 สามารถเปิดดำเนินการโรงฆ่าสัตว์ได้
รายงานข่าวแจ้งว่า ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการและรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ ตามที่สำนักอนามัย (สนอ.) ได้เสนอผลการศึกษาแนวทางบริหารจัดการโรงฆ่าสัตว์ กทม.โดยให้เอกชนร่วมงานในการบริหารจัดการโรงฆ่าสัตว์ ตามพ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ตามที่ได้จ้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เป็นที่ปรึกษาแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อพิจารณากลั่นกรองโครงการดังกล่าวต่อไป
ทั้งนี้ คณะกรรมการพิจารณาเพื่อหาแนวทางบริหารจัดการโรงฆ่าสัตว์ ได้มีข้อเสนอแนวทางการดำเนินงานบริหารจำนวน 4 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 1 เอกชนมาบริหารจัดการโรงฆ่าสัตว์ตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐพ.ศ.2556 แนวทางที่ 2 ศึกษาความเป็นไปได้ในการแยกบริหารจัดการโรงฆ่าสัตว์ในแต่ละประเภท (โรงฆ่าสุกร-โรงฆ่าโค-กระบือ) แนวทางที่ 3 บริษัทกรุงเทพธนาคม บริหารจัดการ ซึ่งบริษัทกรุงเทพธนาคม ได้ขอสละสิทธิ์การรับงานซ่อมและบริหารจัดการโรงฆ่าสัตว์ และ แนวทางที่ 4. สำนักอนามัย กทม. จะบริหารจัดการเอง แต่เนื่องจากสำนักอนามัยขาดทีมงานผู้ชำนาญการในธุรกิจโรงฆ่าสัตว์ ประกอบกับต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและมีกฎหมายระเบียบ ทำให้ขาดความคล่องตัวในการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ
“เนื่องจากโรงฆ่าสัตว์กทม. ยังไม่สามารถเปิดดำเนินการได้เป็นเวลานานกว่า 10 ปี ปัจจุบันจึงอยู่ในสภาพชำรุดและเสียหาย อาทิ คอกพักสุกรชำรุดสุดโทรม เพดานห้องประชุมใหญ่ชำรุด จากน้ำฝนที่รั่วล้นรางน้ำฝน ผนังด้านหน้าเวทีชำรุดและขึ้นรา ฟิวส์หม้อแปลงไฟฟ้าขาดชำรุด หลังคาโรงอาหารชำรุดเป็นสนิม ห้องครัวโรงอาหารยังดำเนินการติดตั้งไม่เสร็จ ระบบปั๊มน้ำเสียหายจากการถูกงัด อุปกรณ์บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียลอกเป็นสนิม ส่วนเครื่องจักรในโรงผลิตสุกรและครูกระบือยังอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ โดยขณะนี้ได้จ้างยามเข้ารักษาทรัพย์สิน”รายงานข่าวระบุ
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีโรงฆ่าสุกรและโคกระบือที่ได้มาตรฐานสากล หรือถูกต้องตามหลักสุขลักษณะ ดังนั้นจึงได้มีโครงการจัดตั้งโรงฆ่าสัตว์กทม. ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.2545 มูลค่ากว่า 900 ล้านบาท ในสมัยของนายสมัคร สุนทรเวช เป็นผู้ว่าฯกทม. มีวัตถุประสงค์ เพื่อแก้ปัญหาคุณภาพและสารตกค้างในเนื้อสัตว์ ซึ่งได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นที่ปรึกษา และว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดอลงกต ดำเนินการก่อสร้าง วงเงิน 940 ล้านบาท ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดอลงกต ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ได้ละทิ้งงานก่อสร้าง และไม่ได้ตรวจรับงานจำนวน 13 งวด จำนวนเงิน 31.2 ล้านบาท กทม.จึงแจ้งบอกเลิกสัญญาและฟ้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้ห้างหุ้นส่วนอลงกตชำระเงินให้แก่กทม. จำนวน 77 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
“สำหรับประมาณการบริโภคเนื้อสุกรของคนกรุงเทพฯอยู่ที่ 15,000 ตัวต่อวัน เนื้อโคกระบือ ประมาณ 500 ตัวต่อวัน โดยเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่ที่เข้ามาจำหน่ายในกรุงเทพฯ มาจากโรงฆ่าสัตว์นอกพื้นที่ อย่างไรก็ตามหากมองความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจการมีโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐาน และทันสมัยจะเป็นการสร้างเศรษฐกิจเสริมสร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มขึ้น สามารถทดแทนกันนำเข้าเนื้อสัตว์จากต่างประเทศ มีการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชนเกิดการจ้างงานในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ และส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรของชาวไร่ชาวประมงให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคคนไทยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จะได้บริโภคเนื้อสัตว์อนามัยสะอาดปลอดภัยปราศจากโรค”รานงานข่าวระบุ





