"กอร.รส." ทำพิธีบวงสรวงนิทรรศการ "เย็นศิระเพราะพระบริบาล" เผยเสร็จสิ้นเดือนนี้ พร้อมเปิดให้ชม 1 ปี จ่อเพิ่มหน่วยแพทย์บริการช่วงเช้ามืด
ที่สนามหลวงฝั่งทิศเหนือ บริเวณจุดก่อสร้างนิทรรศการ “เย็นศิระ พระบริบาล” พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่1 ในฐานะ รองผู้อำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พร้อมด้วย นายปวัตร์ นวะมะรัตน รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร ร่วมกันทำพิธีบวงสรวงบริเวณจุดก่อสร้าง ด้วยพิธีพราหมณ์ เพื่อความเป็นศิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
โดยนายปวัตร์ กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างนิทรรศการว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างคืบหน้าไป 40% ขึ้นโครงสร้างพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะอุปกรณ์ของตัวนิทรรศการทั้ง 4 ส่วน มาติดตั้งภายใน ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายในวันที่ 29 ธ.ค. และพร้อมเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. สำหรับนิทรรศการนี้ สามารถรองรับประชาชนได้รอบละประมาณ 500 คน เฉลี่ยวันละ 6,000 คนโดยประมาณ ช่วงเวลาเปิดตั้งแต่ 08.00-21.00น. ส่วนวันเสาร์ -อาทิตย์ จะขยายเวลาถึง 22.00 น. ในส่วนการจัดคิวการเข้าชมนั้น จะมีการตั้งคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแล โดยเบื้องต้นกลุ่มเป้าหมายคือประชาชนที่เข้ามาสักการะพระบรมศพ ที่อาจจะได้เข้าชมนิทรรศการ ก่อนเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง แต่ขณะเดียวกันในส่วนประชาชนที่ที่อยากจะชมแต่นิทรรศการ ก็ต้องมีการจัดคิวให้ โดยส่วนนี้จะต้องมีการหารือร่วมกับ กอร.รส. อีกที
ต่อมาในเวลา 12.00 น. พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ แถลงภายหลังการประชุมร่วม กอร.รส. ว่า จากวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนจำนวนมากได้เดินทางมาสักการะพระบรมศพจนสังเกตได้ว่าการเข้าคิวยาวล้นไปยังสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ซึ่งสิ่งที่ผมอยู่หลายครั้งคือ พบว่ามีคนเป็นลมบ้าง ซึ่งเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะมารอตั้งแต่เช้ามืด ทาง กอร.รส. จึงเพิ่มหน่วยบริการทางการแพทย์นอกเวลา ตั้งแต่ช่วงก่อน 6.00 น. และหลัง 21.00 น. เพื่อรองรับประชาชนที่ยังรอคิวกันอยู่แม้จะมีการปิดจุดคัดกรองไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มบริการทั้งน้ำดื่มและอาหาร ในช่วงดึกด้วย ถ้าเป็ไปได้ขุงขอความร่วมมือให้ประชาชนมาช่วงสายๆ เพราะทีมเจ้าหน้าที่และจิตอาสามีความพร้อมที่จะบริการดูแลประชาชนมากที่สุด
พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกิจกรรมส่งท้ายปีเก่า ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นแม่งาน เราได้รับแจ้งให้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี และจุดเทียนถวายอาลัย โดยหลังจากนี้จะมีการหารือกันในเรื่องของกรจัดเตรียมพื้นที่ การรักษาความปลอดภัย และการจราจร ในช่วงเวลาดังกล่าว และเพื่อให้สอดคล้องกับนิทรรศการที่สร้างเสร็จแล้ว เราจะจัดย้ายเต้นท์บริการที่อยู่ใกล้เคียงนิทรรศการ ไปยังพื้นที่ที่เหมาะสม และถือเป็นการคืนพื้นที่ให้กรมศิลปากรเพื่อเตรียมสร้างพระเมรุมาศต่อไป





