"พิชัย" เตือน "กฟผ." อย่าดันทุรังซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินอินโดนีเซีย ชี้อนาคตถ่านหินแย่ พร้อมจี้ครม.รับผิดชอบ
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ตนได้ออกมาเปิดเผยความผิดปกติเรื่องบริษัทย่อยของกฟผ.จ่ายเงิน 1.17 หมื่นล้านเข้าซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนิเซียได้เพียง 11-12 % และแนวโน้มอนาคตราคาถ่านหินน่าจะลดต่ำลงเรื่อยๆ โดยผู้ว่าฯกฟผ.ได้ออกมาใช้วาจาไม่สุภาพนั้น ล่าสุดสื่อหลักต่างประเทศ CNBC ได้รายงานข่าวองค์การพลังงานระหว่างประเทศ(ไออีเอ)ได้ระบุชัดเจนว่าการใช้ถ่านหินในอีก5ปีข้างหน้าจะไม่เพิ่มขึ้นและโลกหันพึ่งพลังงานหมุนเวียนที่เป็นพลังงานสะอาดมากขึ้นอีกทั้งมีเหมืองถ่านหินล้มละลายเลิกกิจการเป็นจำนวนมากเนื่องจากปริมาณถ่านหินโลกมีมากกว่าที่ต้องการใช้ดังนั้นแนวโน้มอนาคตถ่านหินจึงไม่น่าจะดีราคาถ่านหินที่สูงขึ้นในปัจจุบันเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้นเนื่องจากเหมืองในจีนที่เป็นผู้ใช้รายใหญ่สุดหยุดผลิตถ่านหินชั่วคราว
ทั้งนี้แนวโน้มอนาคตก็ยังไม่ดีถึงขนาดมีการคาดกันว่าราคาอาจจะลงไปถึง 20 $ ได้ แม้ความต้องการใช้ถ่านหินในเอเชียจะเพิ่มแต่ความต้องการถ่านหินทั้งโลกไม่เพิ่มและต้องอย่าลืมว่านายโดนัลด์ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่มีนโยบายจะนำเชลล์ก๊าซที่สหรัฐมีเป็นจำนวนมหาศาลออกมาจำหน่าย ซึ่งจะทำให้ราคาก๊าซถูกลงและราคาถ่านหินก็จะถูกลงด้วยอีก ทั้งล่าสุดสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแสงอาทิตย์ หรือโซล่าร์สามารถลดต้นทุนเป็นครึ่งหนึ่งของราคาไฟฟ้าจากถ่านหินแล้ว ซึ่งน่าจะทำให้อนาคตของถ่านหินคงไม่ดีอย่างแน่นอน จึงทำให้การซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินนี้มีโอกาสที่จะเป็นการลงทุนที่ขาดทุน
นอกจากนี้กฟผ.ยังไม่ได้ตอบคำถามที่ยังเป็นที่คาใจของสังคมเพราะการถือหุ้นเพียง 11 - 12 % นอกจากจะไม่มีสิทธิในการบริหารแล้วยังไม่มีสิทธิที่จะทักท้วงการบริหารงานของบริษัทหากผู้บริหารโยกเงินไปใช้ผิดทางก็ยังทักท้วงไม่ได้ และอยากให้เปิดเผยข้อมูลสัญญาตามที่บอกว่าจะนำเอกสารมาชี้แจง เพราะยังมีความสับสนในข้อมูลของบริษัทเช่นปริมาณถ่านหินสำรองที่มีอยู่มีจำนวนเท่าใด และคำนวณที่ราคาเท่าใด ถ้าหากอนาคตราคาถ่านหินต่ำลงด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้วการลงทุนนี้น่าจะขาดทุนแน่ ไม่อยากให้เป็นเหมือนกับโครงการออยล์แซนด์ของปตท.ที่ลงทุนในประเทศแคนนาดาที่ล้มเหลวเพราะมีต้นทุนสูงกว่าราคาน้ำมันตอนนี้และทำให้ต้องขาดทุนอย่างมาก และไม่อยากให้เหมือนกับโครงการสวนปาล์มในอินโดนิเซียที่มีข้อครหาการทุจริตซึ่งเรื่องอยู่กับปปช.แล้ว
อย่างไรก็ตามจากข้อมูลทั้งหมดนี้ หากกฟผ.ยังเดินหน้ากับโครงการนี้แล้วอนาคตเกิดขาดทุนมากทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบรวมถึงครม.ที่อนุมัติด้วยเพราะถือว่าได้รับการเตือนจากข้อมูลที่เป็นสาธารณะแล้ว





