วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.หนุนติดดาบ 'กกต.' สืบสวน-สอบสวนคดีเลือกตั้ง

กมธ.การเมือง สนช. หนุนติดดาบให้ "กกต." สืบสวนสอบสวนคดีเลือกตั้ง

ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการการเมือง สนช.เรื่อง แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีศึกษาพ.ร.บ.ประกอบร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. พ.ศ.2550 และพ.ร.บ.ประกอบร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550

นายกล้านรงค์ จันทิก ประธานกมธ. รายงานว่ากมธ.ใช้ฐานจากกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับมาศึกษาข้อดีและข้อเสีย โดยร่างพ.ร.ป.กกต. นั้นกมธ.เห็นด้วยในหลักการเดิม โดยเฉพาะอำนาจหน้าที่และโครงสร้างเดิม ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ รวมไปถึงกกต.จังหวัดด้วย แต่มีข้อเสนอแนะให้เพิ่มอำนาจกกต.โดยเฉพาะเรื่องของการสืบสวนสอบสวน ในการเรียกบุคคล ตรวจค้น อายัด ยึด เช่นเดียวกับเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกกต.ขณะเดียวกันควรให้ออกกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสำนักงานกกต.เป็นการเฉพาะแยกอออกจากกฎหมายกกต.ด้วย

นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองนั้น กมธ.การเมือง เห็นว่าหลักการการตั้งพรรคการเมืองจัดตั้งง่าย มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและยุบยาก และควรเพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยการห้ามไม่ให้นอมินีหรือบุคคลภายนอกเข้ามายุ่งในกิจการภายในของพรรคการเมือง หากฝ่าฝืนพบว่ามีความผิดดังกล่าวจริง ให้ถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นปรปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขณะเดียวกันกมธ. ยังเห็นว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ของนักการเมือง ยังมีความจำเป็น และควรเพิ่มโทษหากพบว่ามีความพยายามในการปกปิด ส่วนเงินบริจาคกมธ.เห็นว่าควรให้บริจาคตรงกับพรรคการเมือง จำนวนไม่เกิน 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตามข้อมูลนี้ถือเป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น เพื่อเตรียมใช้สำหรับการพิจารณากฎหมายลูกที่สนช.จะรับไม้ต่อมาพิจารณาจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)