วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยก'ทศพิธราชธรรม'เป็นของล้ำค่า ไม่ใช่ราชสมบัติของ'พระราชา'

“วิษณุ” ยก “ทศพิธราชธรรม” เป็นของล้ำค่า ไม่ใช่ราชสมบัติของ “พระราชา” เท่านั้น ทุกคนใช้เป็นเครื่องนำทางชีวิตได้

ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ทศพิธราชธรรม นำราษฎร์-รัฐ” ในงาน THAILAND ภูมิทัศน์ใหม่เศรษฐกิจไทย ตอนหนึ่งว่า ทศพิธราชธรรมเป็นคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่ล้ำเลิศของพระราชา และยังเป็นคุณธรรมของผู้ปกครองทั้ง นายกฯ รัฐมนตรี ข้าราชการต่างๆ ที่ทำงานสัมผัสหรือให้บริการประชาชน รวมถึงภาคธุรกิจ และประชาชน ทุกคนจึงจำเป็นต้องมีคุณธรรมที่พระราชามีด้วย ในช่วงหลังถึงได้ยินว่าทศพิธราชธรรมเป็นธรรมของข้าราชการ ตอนที่พูดแบบนี้ใหม่ๆ มีคนต่อว่า ว่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เอาคุณธรรมของพระราชามาใช้ แต่คุณธรรมของพระราชาไม่ใช่ราชสมบัติของพระราชา เป็นคุณงามความดีที่ท่านมี ถ้าเรายอมรับว่าเป็นเช่นนั้น ทำไมจะเผื่อแผ่ให้คนอื่นดีบ้างไม่ได้    

นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้มีมาตั้งแต่โบราณกาล พระพุทธเจ้าทรงสอน พระราชาจะต้องมีทศพิธราชธรรม ไม่ใช่เรื่องคาดหมายลมๆ แล้งๆ แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนคาดหวัง ท่านก็ต้องรู้ ท่านก็ต้องสัญญา และรักษาเอาไว้ให้ได้ ถ้ารักษาไม่ได้ จะอยู่ไม่ได้ เพราะคนคาดหวังแล้วท่านก็สัญญาแล้ว พูดตรงๆ เลยกลายเป็นหลักใหญ่ที่ใช้จับผิดผู้ปกครอง   

“สมัยรุ่นเราจะได้ยินเวลายึดอำนาจ แถลงการณ์ฉบับที่1 ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จ คือ ด้วยปรากฏหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่า รัฐบาลนั้นทุจริต แทรกแซงองค์กรอิสระก่อให้เกิดความเดือดร้อน นี่เป็นข้อหาเอาไว้จับผิดสมัยปัจจุบัน แต่ในอดีตข้อจับผิดพระราชามีเพียงข้อเดียวเท่านั้น ผมไม่เคยพบการยึดอำนาจในสมัยอยุธยาอ้างข้อหาอื่นเลย นอกจากข้อหาว่าด้วยปรากฏหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่า สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวพระองค์นั้น ไม่ทรงดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรมจรรยาสัมมาปฏิบัติ เท่านั้นพอแล้ว คนก็ยกมือสาธุท่วมหัวนั้นก็ควรแล้ว ถ้าเป็นสมัยนี้ก็เอาพวงมาลัยไปคล้องปากกระบอกปืน ทศพิธราชธรรมจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ ไม่รักษา ไม่มีไม่ได้ เพราะเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง ไม่เช่นนั้นประชาชนไม่สบายใจ เป็นของคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญ ลองคิดดูถ้าผู้ปกครองไม่มีทศพิธราชธรรมซักข้อ บ้านเมืองจะน่าอยู่หรือไม่ พระพุทธเจ้าถึงตรัสว่า เมื่อพระราชาทรงไว้ซึ่งทศพิธราชธรรม เมื่อนั้น ประชาชนก็เป็นสุข” นายวิษณุ กล่าว   

“ในยุคประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์มีบทบาทจำกัด ไม่ได้ทรงราชการ เป็นเรื่องของรัฐบาลและข้าราชการ ที่รับเอาภาระจากพระราชามา จึงต้องเอาธรรมะของท่านมาด้วย ถ้าหากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 มีความหมายแค่ว่ายึดพระราชอำนาจมา มันไม่มีความหมาย ที่สำคัญคือเมื่อเอาพระราชอำนาจมาแล้ว ต้องเอาพระราชธรรมะของท่านมาด้วย เอาอำนาจของท่านมาแล้ว ต้องเอาหน้าที่ของท่านมาด้วย ไม่ใช่เอาอำนาจมาแล้วทิ้งหน้าที่ให้ท่านทำต่อ ต้องเอามาทั้งหมด” นายวิษณุ กล่าว  

นายวิษณุ กล่าวว่า “ทศพิธราชธรรม นำราษฎร์ รัฐ” นั้นถูกต้อง เป็นเครื่องนำทาง เครื่องปฏิบัติ และเป็นเครื่องที่เอามาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันสำหรับทุกคน