วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สคบ.การันตี! ชาวนาโพสต์ขายข้าวเอง ไม่ผิดพรบ.ขายตรง

รองเลขาฯ สคบ. ออกโรง! การันตีชาวนาโพสต์ขายข้าวเอง ไม่ผิดพรบ.ขายตรงฯ แถมยังขายสินค้าเกษตรผ่านโซเชียลฯ แบบมีคุณภาพด้วย

จากกรณีที่มีผู้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เตือนชาวนาขายข้าวออนไลน์ผิด พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรงมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมแนะนำให้ชาวนาไปเสียเงินจดทะเบียนกับ สคบ. แต่ละจังหวัด จะได้ถูกต้องตามกฎหมายนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 31 ตุลาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค แถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กที่เกี่ยวข้องทั้งหลายที่นำเสนอขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของชาวบ้านที่นำมาเร่ขายหรือในลักษณะของการแจ้งว่ามีข้าวมานำเสนอขายตกกิโลละเท่าไหร่ แล้วแจ้งไปว่าผู้ใดสนใจให้ติดต่อมายังหมายเลขเบอร์โทรที่ผู้แจ้งนั้นให้ไว้ ทาง สคบ. ขอเรียนว่าเกษตรกรที่นำข้าวมาสีและเสนอขายในลักษณะขายเร่หรือขายผ่านเฟซบุ๊ก เท่าที่ตรวจสอบไม่เพียงพอที่จะเป็นการประกอบธุรกิจในลักษณะการขายตรงหรือตลาดแบบตรงตามกฎหมาย

นายพิฆเนศ กล่าวอีกว่า จากคำนิยามตามมาตรา 3 แก่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 บัญญัติว่า การทำตลาดขายสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภค ซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่ละรายตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้น ความจริงการขายในลักษณะนี้ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าการขายแบบออนไลน์ ผู้ขายต้องให้ข้อมูลผู้บริโภคหรือคนที่เห็นสื่อนั้นๆ สามารถตัดสินใจสั่งซื้อได้เลย โดยที่ไม่ต้องไปหาข้อมูลอื่นๆอีก เพื่อประกอบการตัดสินใจในการที่จะซื้อหรือไม่ซื้อ

ถ้าหากผู้ขายให้ข้อมูลผู้บริโภคไม่ครบถ้วนและทำให้ไม่สามารถตัดสินใจซื้อได้ หรือทั้งสองฝ่ายยังคงต้องไปตกลงกันเกี่ยวกับเงื่อนไขการซื้อขาย ถือว่าสัญญายังไม่เกิดบนสื่อ สัญญาไปเกิดขึ้นภายหลัง แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นการขายข้าวที่เข้าข่ายตลาดแบบตรงตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง และการที่ชาวนาโพสต์ขายข้าว เห็นว่าไม่มีลักษณะและเจตนาที่จะประกอบธุรกิจอย่างจริงจัง เป็นเพียงแค่การหาช่องทางระบายข้าวแบบเป็นครั้งคราว ดังนั้นขอเรียนว่าเกษตรกรทั้งหลายไม่จำเป็นต้องมาจดทะเบียนประกอบกิจการในลักษณะของการขายตรงและตลาดแบบตรงแต่อย่างใด

นายพิฆเนศ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการโพสต์ข้อความให้ชาวนาไปเสียเงินจดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. ในแต่ละจังหวัดนั้น ขอชี้แจงว่า ถ้าเป็นกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงที่เข้าข่ายตามคำจำกัดความของพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 แล้ว การยื่นขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงและธุรกิจตลาดแบบตรง จะต้องไปยื่นคำขอจดทะเบียน ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 5 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เท่านั้น เพราะกฎหมายยังไม่ให้อำนาจส่วนอื่นใดรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง และที่สำคัญการยื่นขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงหรือการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

นอกจากนี้ในเรื่องความร่วมมือต่างๆ ที่จะทำให้ธุรกิจที่เกียวข้องหรือการนำเสนอขายในลักษณะการขายสินค้าเกษตรผ่านโซเชียลมีเดีย ทาง สคบ. จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทยหารือถึงแนวทางการส่งเสริมการประกอบการค้า เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพมาตรฐานให้เกิดขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือในระบบเศรษฐกิจให้มั่นคงยั่งยืนภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย