"พล.อ.อุดมเดช" ถกผู้แทนพิเศษ ดูแลรักษาความปลอดภัยชายแดนใต้ ยันไม่น้อยใจ ถูกวิจารณ์รับผิดชอบเหตุบึ้มปัตตานี ชี้ปัญหาเรื้อรังมานาน
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัชมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษ ในคณะขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า (คปต.ส่วนหน้า) ให้สัมภาษณ์ก่อนการ ประชุมผู้แทนพิเศษที่รับผิดชอบกลุ่มงานที่ 1 การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินว่า ภายหลังที่ได้แบ่งมอบงานให้คณะผู้แทนพิเศษไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา พร้อมแจกจ่ายเอกสารเกี่ยวข้องกับ โครงการ งบประมาณ ของกลุ่มงานในกระทรวงต่างๆที่แต่ละท่านรับผิดชอบไปแล้ว และทุกคนได้ลงไปปฏิบัติงานในพ้นที่เพื่อประสานงานขับเคลื่อนเบี้ยงต้นตามห้วงเวลาที่มีอยู่ ซึ่งตนมีความเห็นว่าอยากให้ทางคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลทั้ง 13 ท่าน ได้รับฟังข้อคิดเห็นของหน่วยที่ได้ทำแผนงานปี2560 ของหน่วยราชการต่างๆมีแผนงาน โครงการ งบประมาณอะไรบ้าง อะไรที่เห็นว่าเร่งด่วน และเห็นตรงกับคณะผู้แทนพิเศษหรือไม่
เชื่อว่าหากมีการคิดร่วมกันในการที่จะกลั่นกรองแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างดี ซึ่งตนอยากทราบว่ามีอะไรที่ยังไม่เหมาะสม อยากปรับตรงไหนหรือไม่ อย่างไรเพื่อเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนงานและยังเป็นประโยชน์ให้กับส่วนราชการที่มาขับเคลื่อนแผนงานให้คณะผู้แทนพิเศษที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มงานต่างๆนั้นได้รับทราบ ซึ่งในวันนี้จะเริ่มที่กลุ่มงานที่ 1 คือการรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ส่วนกลุ่มงานอื่นๆจะมีเลขาผู้แทนคณะพิเศษประสานงานอยู่แล้ว
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายการขับเคลื่อนงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ต้น เน้นการประสานงานทุกระดับ แนะนำส่วนราชการต่างๆ ทั้งนี้สิ่งไหนต้องปรับเปลี่ยนตนจะเสนอนายกรัฐมนตรี คิดว่าคงมีข้อเน้นย้ำว่าเป็นเรื่องการบูรณาการหลายหน่วยงานด้วยกัน เช่น โครงการที่นำผู้หลงผิดมาคืนสู่สังคม เกี่ยวข้องหลายส่วนราชการ ตนฝากว่าจะดำเนินการอย่างไร เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ทั้ง พื้นที่ การดูรายชื่อคนต่างๆเข้ามาในโครงการพาคนกลับบ้าน มีถึง 4,000 คน ต้องดูลำดับความสำคัญว่าต้องดูใครก่อน วันนี้เน้นย้ำเรื่องนี้ให้เร่งดำเนินการ ส่วนเกี่ยวพื้นที่ จัดที่อยู่อาศัยทำกิน การหาอาชีพ ต้องพยายามดูกัน กลุ่มงานต่างที่เกี่ยวข้องต้องไปดู เพราะเป็นเรื่องหลักที่นายกฝากไว้อันหนึ่ง
“ การดำเนินการแต่ละเรื่อง คงให้เวลาไม่นานนัก เพราะการแก้ไขปัญหาต้องเร่งรีบ ซึ่งผมก็เข้าใจทุกคนหวังความสำเร็จ เร่งดำเนินการกันต่อไป ส่วนที่เกิดเหตุระเบิด จ.ปัตตานี เมื่อ 24 ที่ผ่านมา แล้วมองว่าเป็นความรับผิดชอบของคณะผู้แทนพิเศษนั้น เราทำหน้าที่ขับเคลื่อนและดูนโยบายเป็นหลักซึ่ง พล.อ.ประวิตร ท่านกังวลมากและฝากผมเสมอดูเรื่องการก่อเหตุร้ายรายวัน ซึ่งในส่วนการลอบวางระเบิดนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางช่วง ซึ่งเราพยายามดูแลทุกช่วงอยู่แล้ว จะสังเกตได้ว่าการลอบวางระเบิดเว้นช่วงมาพอสมควร บางท่านตั้งข้อสังเกตว่าเป็นวันสำคัญ เป็นต้น ก็เป็นไปได้หมด” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เราพยายามนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และขอให้กำลังใจในการทำงานของผู้ปฏิบัติด้วย ซึ่งตนได้พบพับ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผู้บัญชาการทหารบก พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค4 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการภาค4ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า) ทุกคนตั้งใจ คุยกันเรื่องการดูแลงานข่าว ซึ่งพยายามกันแล้ว น่าเสียใจที่เกิดเหตุขึ้นมา ซึ่งอาจจะมีช่องโหว่จากเจ้าหน้าที่บ้าง เน้นว่าต้องดูกันให้ดีที่สุด อย่าให้เกิดซ้ำในพื้นที่เมือง ชุมชน ถนนเส้นหลัก ได้หรือไม่ แต่ไม่ให้ทิ้งถนนเส้นรองหรือพื้นที่อื่นๆให้ทั่วถึง ซึ่งต้องจัดลำดับความเร่งด่วนกันต่อไป เราเข้าใจดีว่า สิ่งที่เข้ามาสู่การพัฒนาจะเป็นส่วนเสริมในการแก้ไขปัญหา ต้องอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาทำมาดีแล้ว แต่ต้องกำกับดูแลเร่งรัดหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ให้มีความละเอียด มุ่งมั่น และพยายามไม่ให้เกิดช่องว่างให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
เมื่อถามว่า ต่อไปหากเกิดเหตุใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะผู้แทนพิเศษเหมือนต้องรับหน้าเสือหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนคงไม่น้อยใจอะไร ทุกคนทราบดีว่าปัญหาเรื้อรังมานานและเราพยายามแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้คณะผู้แทนพิเศษอยู่ในระดับแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ภายใต้กำกับนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร ถือว่าต้องรับผิดชอบร่วมกัน คงไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่สิ่งสำคัญคือระดับปฏิบัติการในพื้นที่หากทุกส่วนราชการทำได้ดี ทุกอย่างก็ดี ต้องรับผิดชอบด้วย การทำงานต้องมีการประเมินผล ถ้าระยะหนึ่งทำไม่ดี ผู้แทนพิเศษต้องประเมินผลนำเรียนนายกรัฐมนตรี ซึ่งการประเมินผลจะดูสักระยะหนึ่งอาจจะเป็นไตรมาสหนึ่ง ประเมินครั้งหนึ่ง ใครทำงานดีเป็นกำลังใจ แต่ถ้าใครหย่อนยานการทำงานก็ต้องนำเสนอนายกรัฐมนตรี




