"นายกฯ" ขอความร่วมมือสื่อโทรทัศน์และวิทยุ ใช้เวลาในช่วง 30 วันจนถึงวันที่ 13 พ.ย.นี้ ทำรายการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ พร้อมสั่งดูแลการจราจร
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอความร่วมมือสื่อโทรทัศน์และวิทยุ ใช้เวลาในช่วง 30 วันจนถึงวันที่ 13 พ.ย.นี้ ให้เน้นเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในแง่มุมต่างๆ และประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร อาจจะมีการสัมภาษณ์ความรู้สึก ประสบการณ์ที่ประทับใจให้มีการถ่ายทอดในโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถ่ายทอดพร้อมกันในช่วงเสด็จพระราชดำเนิน ในช่วงที่พ้นเวลาเหล่านั้นแล้ว อาจจะมีรายการปกติได้บ้าง แต่ก็ควรพิจารณาให้เหมาะสม ตนได้เน้นย้ำไปว่า นำเรื่องที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ขับเคลื่อนไปด้วย เพราะรัฐบาลนี้ใช้แนวทางของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทั้งสิ้น ในการบริหาราชการคือการนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การบริหารและไปสู่เป้าอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับสหประชาชาติและของเราในยุทธศาสตร์ โดยเมื่อพ้น 30 วันไปแล้วก็จะพิจารณาจัดรายการตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ตนขอขอบคุณสื่อมวลชน สื่อโทรทัศน์ วิทยุ ที่ให้ความร่วมมือมาตลอด อยากให้เข้าใจว่ารัฐบาลไม่ได้ต้องการมุ่งหวังบังคับอะไรท่านเลย เพียงแต่ขอให้ใช้เวลาเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด เดี๋ยวจะเกิดปัญหาในภายหลังได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องการจราจรได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นพลเรือน ตำรวจ ทหาร ต้องทำงานร่วมกัน มีศูนย์บูรณาการทั้งในพื้นที่ อาทิบริเวณสนามหลวง พระบรมมหาราชวัง หรือจุดสำคัญในที่ต่างๆ ก็ต้องมีการให้ข้อมูลข่าวสารให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นประชาชนจะเกิดความลำบากในการเดินทางมา แต่เราห้ามไม่ได้จริงๆ เพราะประชาชนทั้งหมดก็อยากมาถวายเข้าเฝ้าฯกราบบังคมพระบรมศพด้วยตัวเอง อยากมาทำความดีถวาย ฝนตกก็ยังมากันเลย ซึ่งก็มีแพทย์มาดูแลเรื่องสุขภาพประชาชน ในเรื่องการจราจรมีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน การจราจรปกติทั่วไป ขบวนเสด็จ ขบวนประชาชน ซึ่งมีผลกระทบด้วนกันทั้งสิ้น วันนี้ได้วางแผนแล้วได้แถลงไปเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ขอความร่วมมือด้วย ซึ่งอาจจะไม่สะดวกมาก เรื่องการจอดรถ การจราจรต้องปรับใหม่ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นเต็มไปหมดไปไหนไม่ได้ เพราะคนมามหาศาล และจะต้องเตรียมแผนเมื่อสำนักราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯกราบบังคมพระบรมศพ





