คนไทยในต่างแดนถวายอาลัยในหลวง

คนไทยในต่างแดนต่างเศร้าโศกต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ร่วมกันสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล
นางจันทรี มาร์โทเรล ผู้อำนวยการบริหารศูนย์พัฒนาชุมชนไทย เล่าว่า มีคนไทยราว 100,000 คนอพยพมาอยู่ในสหรัฐ 3 ระลอกใหญ่ๆ นับตั้งแต่ทศวรรษ 50 ที่อาศัยอยู่ในลอสแองเจลิสเคาน์ตี้มีประมาณ 50,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในสองพื้นที่ คือทางฝั่งตะวันออกของฮอลลีวูดที่เรียกว่าไทยทาวน์ และทางตะวันออกเฉียงเหนือของซานเฟอร์นันโดวัลเลย์
นางบุณยวรรณ สเตลลา ซึ่งไปสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่วัดไทยในซานเฟอร์นันโดวัลเลย์ กล่าวว่า เธอรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงช่วยเหลือทุกคน ทั้งโลกนี้ไม่สามารถหากษัตริย์พระองค์ใดเสมอเหมือนกษัตริย์ไทยพระองค์นี้ได้อีกแล้ว
ขณะที่ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2559 นายปีเตอร์ ทอมสัน ประธานสมัชชาสหประชาชาติและนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยประธานสมัชชาสหประชาชาติได้แสดงความเสียใจของที่ประชุมฯ ไปยังรัฐบาลและประชาชนไทย ผ่านเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ หลังจากนั้น ประธานฯ ขอให้ที่ประชุมยืนถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศเป็นเวลา 1 นาที
ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ได้จัดเตรียมพื้นที่ภายในสถานเอกอัครราชทูตสำหรับให้ประชาชนร่วมลงนามในสมุดถวายความอาลัยยิ่ง ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สำหรับวัดไทยทุกแห่งในสหรัฐ มีชาวไทยจำนวนมากเข้าไปสวดมนต์ และกราบพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อถวายความจงรักภักดีและร่วมส่งพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย
นอกจากนั้น สถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศ ยังออกประกาศให้ประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ลงนามถวายความอาลัย โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงโตเกียว เปิดให้ประชาชนลงนามถวายความอาลัยที่หอประชุม สถานเอกอัครราชทูตฯ ตั้งแต่วานนี้ (14 ต.ค. 2559) เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 9.00- 12.00 น. และ 13.30- 16.30 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันเสาร์อาทิตย์ รวมถึงสถานกลสุลใหญ่ ณ นครโอซากา
นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะแห่งญี่ปุ่น ได้เข้าลงนามถวายความไว้อาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงโตเกียวด้วย
ส่วนสถานเอกอัครราชทูตไทยในสิงคโปร์ จัดให้ลงนามในสมุดถวายความอาลัย บริเวณห้องโถง สถานเอกอัครราชทูตฯ โดยจะแจ้งรายละเอียดผ่านทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตต่อไป
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน จัดสมุดลงนามถวายความอาลัย ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. ทั้งยังมีสถานกงสุลใหญ่เมืองเซี่ยเหมิน ที่จัดสมุดลงนามถวายความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. ส่วนสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว จัดสมุดลงนามถวายความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ จัดสมุดลงนามถวายความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. ทุกวัน เช่นเดียวกัน
วางช่อดอกไม้สถานที่พระราชสมภพ
เฟซบุ๊คของวอยซ์ ออฟ อเมริกา ในไทยรายงานว่า นายโจเซฟ มิลาโน กงสุลกิตติมศักดิ์ของไทย ที่นครบอสตันและนายเจ๊บ บุช น้องชายอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุชแห่งสหรัฐ ได้ไปคุกเข่าแสดงความไว้อาลัยการเสด็จสวรรคต ที่ “ภูมิพลสแควร์” ในนครเคมบริดจ์ รัฐแมสสาชูเสตส์ สถานที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ 9
ทั้งนี้ ห่างจากโรงพยาบาล เมาท์ ออเบิร์น ไปเล็กน้อยคือภูมิพลสแควร์ ( Bhumibol Square) ที่สร้างเป็นสถานที่พิเศษ เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีชาวไทยและชาวอเมริกันไปวางช่อดอกไม้กันหนาแน่น
ส่วนบรรยากาศที่โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โรงพยาบาลได้ลดธงชาติสหรัฐและธงสัญลักษณ์ของโรงพยาบาลลงครึ่งเสา เพื่อร่วมถวายความอาลัย พร้อมทั้งตั้งโต๊ะ้ที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้พสกนิกรได้ร่วมกันวางดอกไม้และเขียนข้อความลงในสมุดไว้อาลัยด้วย
นอกจากนั้น โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น ยังออกแถลงการณ์ ถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีพระราชสมภพที่โรงพยาบาลแห่งนี้เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2470 และทรงเป็นกษัตริย์ที่ปกครองประเทศยาวนานที่สุดที่ทรงมีพระราชสมภพบนผืนแผ่นดินอเมริกา โดยทรงครองราชย์นาน 70 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชสมภพขณะที่พระชนกทรงศึกษาด้านการแพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2503พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯไปทรงเยี่ยมสถานที่พระองค์ทรงพระราชสมภพ โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตต์ พร้อมทรงมีรับสั่งว่าทรงพอพระทัยมากที่ได้เสด็จมาอีกครั้ง
“นับเป็นเรื่องเศร้าโศกอย่างสุดซึ้งที่ได้ทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเป็นผู้นำที่แท้จริงในด้านการสาธารณสุข ทางโรงพยาบาลขอร่วมกับประชาชนไทย ทั้งที่อยู่ในที่ใกล้และในที่ไกล ในความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้” นางเจียเนตต์ คลัฟ ประธานและหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น แถลง







