"พีระยุทธ" ผู้ว่าฯ รฟม. แจงกระณี "สามารถ" โพสต์เตือนรถไฟฟ้าสีชมพูเสี่ยงเจ๊ง
หลังจากกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ได้รายงานข่าวกรณี นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊คระบุว่า รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี มีความเสี่ยงที่จะมีผู้โดยสารใช้บริการน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เนื่องจากแนวเส้นทางเป็นส่วนหนึ่งของวงแหวนที่ป้อนผู้โดยสารให้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง สีแดง สีเขียว และสีส้ม ซึ่งผู้โดยสารจะต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้าอย่างน้อยหนึ่งครั้งจึงจะสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้ ทำให้เกิดความไม่สะดวกและเสียเวลา นั้น
นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี เป็นโครงการตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางฯ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2553 ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กำหนดแนวเส้นทางและศึกษาออกแบบเบื้องต้นไว้เมื่อปี 2552 โดยออกแบบให้โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูฯ เป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง (Feeder Line) ทำหน้าที่ป้อนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนหลัก (Main Line) 4 สาย เข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงฯ สายสีแดงฯ สายสีเขียวฯ และสายสีส้มฯ ต่อมา รฟม. ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานโครงการต่อ ได้ศึกษาทบทวนรายละเอียดโครงการให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบันอีกครั้ง ซึ่งพบว่า ตลอดแนวเส้นทางโครงการฯ มีการขยายตัวของชุมชนสูงขึ้น ประกอบด้วย หมู่บ้าน อาคารสำนักงาน ตลาด ห้างสรรพสินค้า และแหล่งชุมชนหนาแน่น ทั้งบริเวณเมืองทองธานี อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ถนนรามอินทรา ตลอดจนถึงตลาดมีนบุรี นอกจากนี้ บริเวณศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ยังมีอัตราการจ้างงานสูงและมีการเดินทางเข้า-ออกเพื่อติดต่อราชการ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงความหนาแน่นของประชากรที่สูงขึ้นตามผังเมืองกรุงเทพมหานคร จึงมีการเดินทางระหว่างพื้นที่ตลอดทั้งวัน ดังนั้น โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูฯ จึงมีความเหมาะสมในพื้นที่ดังกล่าวด้วยคุณลักษณะ ดังนี้
1. เป็นเส้นทางโครงการที่ออกแบบในแนวเส้นรอบวง เพื่อรวบรวมผู้โดยสารป้อนเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนหลัก (Feeder Line) และในทางกลับกันจะทำหน้าที่กระจายผู้โดยสารจากระบบขนส่งมวลชนหลักไปยังพื้นที่ต่างๆ (Distributor Line) เป็นการช่วยขยายพื้นที่ให้บริการของระบบขนส่งมวลชนหลักอีกด้วย
2. ผู้โดยสารสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองโดยเปลี่ยนถ่ายการเดินทางไปยังรถไฟฟ้าสายหลัก ดังนี้
- สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี เชื่อมต่อกับ สถานีศูนย์ราชการนนทบุรีของสายสีม่วงฯ
- สถานีหลักสี่ เชื่อมต่อกับ สถานีหลักสี่ของสายสีแดงฯ
- สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ เชื่อมต่อกับ สถานีวัดพระศรีมหาธาตุของสายสีเขียวฯ
- สถานีมีนบุรี เชื่อมต่อกับ สถานีมีนบุรีของสายสีส้มฯ
3. ผลการศึกษาทบทวนรายละเอียดโครงการ ได้เพิ่มจำนวนสถานีจาก 24 สถานีเป็น 30 สถานี เพื่อรองรับจากการขยายตัวของพื้นที่ชุมชน ดังนั้น จำนวนสถานีที่เพิ่มขึ้นจะแสดงถึงระยะห่างระหว่างสถานี ที่น้อยลง อันเป็นการเพิ่มขอบเขตพื้นที่รองรับผู้โดยสาร (Catchment Area) ให้เดินทางเข้าถึงสถานีโดยสะดวก
สำหรับประเด็นผลการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารนั้น รฟม. ได้ประมาณการเมื่อปี 2555 โดยมีสมมติฐานเปิดให้บริการสายสีชมพูฯ ในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งมีระบบขนส่งมวลชนหลักที่เชื่อมต่อกับสายสีชมพูฯ เปิดให้บริการครบทั้ง 4 เส้นทาง
อย่างไรก็ตาม จากแผนดำเนินงานโครงการฉบับปัจจุบัน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่สำคัญและผ่านใจกลางเมือง มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2565 ดังนั้น ในระยะแรกของการเปิดให้บริการสายสีชมพูฯ จึงมีความเป็นไปได้ที่ปริมาณผู้โดยสารอาจแตกต่างจากผลการศึกษา ทั้งนี้
รฟม. เห็นว่า เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการครบทั้ง 4 เส้นทางแล้ว ปริมาณผู้โดยสารของโครงการสายสีชมพูฯ จะสอดคล้องตามผลการศึกษาฯ ดังกล่าว




