นายกฯ บินด่วนกลับกทม. ไม่ร่วมประชุมที่อ่าวอุดม ขณะเยี่ยมชมตลาดแม่บ้าน อ้อน "รักน้อยๆ แต่ขอให้รักนานๆ"
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 12 ต.ค. ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติ 84พรรษา บรมราชินีนาถ ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ที่บริเวณสถานีบริการน้ำมันเพื่อสวัสดิการของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
โดยอาคารแห่งนี้จะเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับประชาชนทั่วไป ให้เข้ามาศึกษา พระราชกรณียกิจ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถและเป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการตามพระราชดำริ โดยนำผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพจากทั่วประเทศมาวางจำหน่าย ซึ่งการออกแบบอาคารเป็นตัวอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก. เพื่อสื่อสัญญลักษณ์ถึงพระราชดำรัส ที่ว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งกับผู้ที่มาต้อนรับ ว่า ครั้งนี้ถือว่าได้กลับมาที่บ้านเก่าเพราะอยู่ที่นี่มาเกือบ 20 ปี มาวันนี้ในฐานะนายกรัฐมนตรีซึ่งต้องการเข้ามาทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา ตอนนี้เข้ามาเป็นผู้นำ ก็ต้องอดทนก็เค้าบอกว่าเข้ามาเป็นนักการเมืองแล้วแต่การที่ตนเข้ามายืนยันว่าจะไม่สร้างความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งพวก
“ วันนี้ผมก็อดทนก็เค้าบอกว่าผมเป็นนักการเมืองแล้วแต่ก็ยังมีบางคนที่ไปแปลเจตนาผิดก็ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันและเดินไปพร้อมพร้อมกัน เราต้องเดินก้าวผ่านไปให้ได้ผมเข้ามาก็เพื่อปลดกับดักต่างๆไม่ให้กลับไปอยู่ที่เดิม หรือปัญหาแบบเดิมๆ แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่กลไกรัฐบาลและองคาพยพที่ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม วันนี้เราอย่ามองแค่พรรคพวกตัวเองไม่เช่นนั้นประเทศจะเดินต่อไปไม่ได้เราต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันกับโลก”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกวันนี้เราได้รับการยอมรับจากต่างประเทศมากขึ้น ล่าสุดเกาหลีก็ยืนยันว่าพร้อมเข้ามาลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว วันนี้นโยบายรัฐบาลคือทำให้ทุกภาคส่วนตั้งแต่รัฐบาล กระทรวงทบวงกรม จังหวัด องค์กรปกครองท้องถิ่น เป็น 4.0 คือก้าวเดินไปครั้งหน้า ถึงจะก้าวสู่การเป็นประชาธิปไตยที่สากล วันนี้ก็ต้องขอโทษที่บางอย่างหลายคนอาจจะไม่เข้าใจ ซึ่งก็คงต้องโทษที่ตนที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ทั้งหมดแต่ทุกปัญหารัฐบาลนี้พยายามที่จะแก้ไขและปรับปรุงโดยใช้กฎหมายที่มีอยู่แต่จะใช้อำนาจอย่างเดียวไม่ได้คงต้องใช้ความร่วมมือจากทุกๆฝ่าย
ผมต้องขอโทษแต่สิ่งที่ทำก็เพื่อคนส่วนใหญ่ก็จะมีคนส่วนน้อยที่เดือดร้อนโดยเฉพาะไอ้คนที่ชอบพูดข้างนอก แต่คนส่วนใหญ่ไม่มีใครเดือดร้อนอะไรกับสิ่งที่รัฐบาลทำ เราจะใช้อำนาจหรือใช้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกๆฝ่ายรัฐบาลนี้ยืนยันว่าเราใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลางรัฐบาลนี้ใช้กฎหมายทุกทุกฉบับที่มีเพราะจะใช้อำนาจอย่างเดียวก็คงไม่เกิดผล
เราต้องทำให้เกิดความชัดเจนไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการเข้าใจผิดการบิดเบือนโดยเฉพาะในโลกโซเชียลได้ตลอดเวลา อย่างนั้นเราต้องพิจารณาให้เกิดความชัดเจนทองแท้ต้องดูที่ตัวกฎหมายว่ามีเนื้อหาบัญญัติไว้ว่าอย่างไรถ้ากฎหมายมีเราก็ลงโทษไปตามความผิดแต่ถ้ากฎหมายไม่มีก็ต้องรอกฎหมายใหม่
“ แต่อ่านนี้ ทำทุกอย่างโปร่งใส นำข้อมูลข้อเท็จจริงทุกทุกอย่างขึ้นเว็บไซต์เอง ไม่มีใครมาบังคับโดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ตัวเลขทั้งหมดรัฐบาลนี้ก็นำลงเว็บไซต์เพื่อให้เกิดความโปร่งใสชัดเจน ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาไม่มีใครเคยทำ แต่แทนที่จะได้รับความไว้วางใจก็กลับมาต่อว่ากันไม่รู้ว่าดูจากอะไรวันนี้อะไรผิดเราก็ว่าไปตามผิด
ทำอะไรไม่ดีก็ติติงต่อว่าแต่ถ้าอะไรดีก็พูดให้ผมหน่อยบ้างไม่เช่นนั้นคนทำงานก็หมดกำลังใจ รัฐบาลชุดนี้ทำงานโดยเน้นหลักความโปร่งใสเพราะฉะนั้นในขณะที่รัฐบาลนี้ยังคงทำหน้าที่อยู่ขอให้แจ้งมาทันทีว่าประชาชนต้องเสียงเงินตรงจุดไหน ผมแก้ให้เพราะได้ประกาศไปแล้วทั้งหมดแต่ยอมรับว่าอาจจะมีหลงเหลืออยู่บ้างเนื่องจากบางคนยังเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ได้ ศูนย์ดำรงธรรมพร้อมรับแจ้งทุกเรื่องประชาชนไปติดต่อราชการ ทำทะเบียนบ้าน แต่ต้องเสียเงินหรือถูกเรียกพิเศษขอให้แจ้งมา"
รวมทั้งการตรวจแบบสร้างบ้านทุกอย่างไม่ต้องเสียงเงิน ข้าราชการมีหน้าที่ต้องบริการประชาชนมีกฎหมายรองรับขณะเดียวกันประชาชนก็อย่าเอาเงินไปให้กับข้าราชการเหล่านั้น เช้าวันเดียวกันนี้ผมเองไม่สบายใจเห็นภาพข่าวมีลูกไปนั่งด่าพ่ออยู่หน้าบ้านประมาณ 5 นาทีไม่รู้ว่าจะถ่ายทำไม มันทำให้เห็นว่าสังคมไทยกำลังเสื่อม หรือกรณีเผยแพร่ภาพคนเมาทำผิดกฎจราจรแต่ด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเสียหายเสียศักดิ์ศรี
วันนี้ผมให้ตำรวจทำหน้าที่อย่างเต็มที่สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับประชาชน ประชาชนเองก็ต้องไว้ใจตำรวจจะได้ลดความขัดแย้ง ใช้แต่หลักกฏหมายหลักสิทธิมนุษยชนก็ขัดแย้งกันไม่รู้จบ ทุกอย่างในช่วงการเปลี่ยนแปลงจะต้องลดลงบ้างในบางเรื่องหรือเพิ่มในบางเรื่องจะได้ลดความขัดแย้งเราจะใช้กฎหมายกล่องอย่างเดียวไม่ได้ต้องใช้ความร่วมมือควบคู่กันไป
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าไม่อยากให้มีปัญหาอะไร ไปไหนมาไหน ก็ไม่ต้องพูดอะไรเลยอยู่เฉยเฉย เดี๋ยวก็มีการเลือกตั้ง แต่ปัญหาก็จะกลับมาเหมือนเดิม ตนเองไม่ต้องการไปทะเลาะกับใครวันนี้ขอให้เห็นใจตนบ้าง รักน้อยๆแต่ขอให้รักนานๆ ตนไม่ได้ต้องการให้ทุกคนมารักทั้งหมดเพราะต่างคนก็ต่างมีความคิด
“ทุกอย่างผมไม่ได้รังแกใคร ไม่ได้รังแกนักการเมืองไม่เคยคิด แต่ทั้งหมดคือหน้าที่ของผม คือการนำทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คดีเกิดตรงไหนก่อนผมก็เอาคดีที่มันเกิดอยู่แล้วขึ้นมาแล้วนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเท่านั้นเอง เพราะที่ผ่านมาไม่ทำกัน ไม่ทำตามหน้าที่ของทุกคน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าสาเหตุเพราะอะไร ผมกลับมาที่ร.21 ถือว่าได้กลับมาบ้านเพราะผมอยู่มาเกือบ 20 ปี”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นได้มีบรรดาแม่บ้านตะโกนว่า มาแป๊ปเดียวยังไม่หายคิดถึงอย่าเพิ่งกลับได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวแบบมีอารมณ์ขันว่า “ถ้ายังไม่หายคิดถึงก็ขอให้ดูรายการคืนความสุขให้คนในชาติในวันศุกร์แทน ไม่ใช่วันศุกร์ก็ดูกันแต่ละครแล้วจะหายคิดถึงได้อย่างไร ในรายการฯที่พูดนั่นคือวิธีการที่ตนส่งใจให้กับทุกคน และพยายามจะพูดภายใน 1 ชั่วโมง แต่บางครั้งแค่ 20 นาทีก็ยังไม่ดูไม่ฟังกันเลย แต่ปากหวานเพื่อให้ตนมีกำลังใจ
การที่ตนพูดก่อนละครนั้นทำให้ได้อารมณ์ถ้าพูดหลังแล้วมันไม่ค่อยได้อารมณ์ เนื่องจากตนเป็นคนโรแมนติกพอสมควร ละครวันศุกร์รอไว้ดูใน YouTube ก็ได้ขอให้ฟังตนพูดก่อน ขอวันศุกร์วันเดียว จะได้ไม่ต้องมาคิดถึง เพราะหลายคนเองเขาก็เบื่อจะแย่แล้ว วันนี้ขอให้ตำรวจทหารและพลเรือนเดินไปตามรอยเท้าเดียวกันจะได้ก้าวไปสู่จุดหมายเดียวกัน และขอให้ทุกคนร้องเพลง รักกันไว้เถิด แผ่นดินของเราและอยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี ทุกวันนี้ผมสวดมนต์ถวายทุกวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ผูกใบโพธิ์ถวายพระพรที่ต้นจงรักและต้นภักดี เยี่ยมชมนิทรรศการต่างๆรวมทั้งได้ ก่อนจะทำพิธีเปิดปั้มน้ำมัน ปตท.ค่ายนวมินราชินี ที่ปรับปรุงใหม่ พร้อมกดหัวจ่ายน้ำมัน ให้กับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน 5 กช 8194 กรุงเทพมหานคร เป็นปฐมฤกษ์ ก่อนที่จะพบปะบรรดาครอบครัวนายทหารที่มารอต้อนรับ ซึ่งต่างส่งเสียงให้สู้สู้ พร้อมเยี่ยมชมตลาดที่ให้กลุ่มแม่บ้านกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์นำสินค้ามาวางจำหน่ายในบริเวณใกล้เคียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพบปะกลุ่มแม่บ้าน นายกฯก็ได้กลับ กทม. ในทันที พร้อมยกเลิกภาระกิจ จากเดิม ที่จะไปพบปะประชาชนที่ อ่าวอุดม จ.ชลบุรี และประชุม กรอ. โดยภาระกิจประชุม กรอ. ได้ยกให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นผู้ประชุมแทน





