"องคมนตรี" น้อมนำ "พระราชดำริ" ทรงรับสั่งให้ "สร้างคนดีให้บ้านเมือง" ชี้พฤติกรรมคอร์รัปชั่นลุกลามไปทั่ว เปรียบเหมือนปลวกกำลังกัดกินบ้าน
ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี มอบหมาย หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการ ที่จัดโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในหัวข้อ “สถาบันพระมหากษัตริย์กับความมั่นคงของชาติ” ตอนหนึ่งว่า สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่สังคมไทยมายาวนานและช่วยให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวิกฤต โดยเฉพาะรอดพ้นจากการเป็นประเทศอาณานิคมของชาติตะวันตก ทรงเสียสละและประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทย ด้วยพระอัจริยะภาพ
หลังจากนั้น นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับความมั่นคงภายในประเทศ” ว่า ขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง เราต้องระมัดระวังตัว เตรียมสติเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนั้น ซึ่งมีผลกระทบทั้งดีและร้าย เราต้องปรับตัวให้ได้ รัฐบาลได้ประกาศนำประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งจะทำให้เราเดินสู่ความสำเร็จได้ แต่ต้องไม่ประมาท ต้องติดตามประเมินยุทธศาสตร์ทั้งรับและรุก
นพ.เกษม กล่าวต่อว่า เมื่อไม่กี่ปีมานี้พฤติกรรมการคอร์รัปชั่นลุกลามไปทั่ว เปรียบเหมือนปลวกที่กำลังกัดกินบ้าน จนบ้านเกือบพังไปแล้วทั้งหลัง ล้มโครมเอาง่ายๆ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ เพราะรัชกาลที่ 5 ก็ทรงห่วงใยปัญหานี้ ตั้งแต่ร้อยกว่าปีก่อนแล้ว ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศให้เป็นปัญหาเร่งด่วน กระบวนการยุติธรรม ถ้าตรงไปตรงมา คนทุกชนชั้นสามารถพึ่งได้ คนโกงจะน้อยลงและถ้าปฏิรูปในส่วนนี้ สังคมจะสงบสุขขึ้นเยอะ
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งกับองคมนตรี จะพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อจัดตั้งโครงการกองทุนการศึกษา เมื่อปี 2555 โดยมีพระราชประสงค์ให้สร้างโรงเรียนเพื่อสร้างคนดีให้กับบ้านเมือง ซึ่งจะมีความหมายมาก เพราะการศึกษา ที่ทำให้คนมีคุณธรรม จริยธรรม จะส่งผลให้บ้านเมืองน่าจะสงบกว่านี้ หน่วยงานของรัฐต่างๆ ก็ต้องช่วยกันสร้างคนดีให้บ้านเมืองด้วยเช่นกัน ถึงแม้พระองค์ได้ทรงรับสั่งว่า การสร้างคนดีเป็นเรื่องยากและยาวไม่ใช่เรื่องง่ายและสั้น จึงต้องเชิญทุกคนร่วมกันเป็นอาสาสมัครจึงจะช่วยได้เยอะ โดยที่ผ่านมา บ้านเมืองแบ่งสี แบ่งข้าง เผาบ้านเผาเมือง จึงทรงรับสั่งเรื่องการศึกษาว่า ให้สอนคนให้รู้จักการทำงานกันเป็นหมู่คณะและเอื้อเฟื้อต่อกัน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะสังคมไทย แต่สังคมโลกก็ทำแบบนี้” องคมนตรี กล่าวและว่า
“พระองค์ยังทรงรับสั่งประโยคหนึ่งว่าขอให้เป็นหน้าที่ในการสร้างคนดีให้บ้านเมือง แม้จะเป็นเรื่องยากแต่พระองค์ก็ทรงให้กำลังใจ และถ้าข้าราชการสร้างคนดีให้เกิดขึ้นในหน่วยงานต่างๆ ได้ประเทศจะเข้มแข็ง และจะสามารถเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้ เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ไม่ไกลเกินเอื้อม เราทำได้”
นพ.เกษม กล่าวในตอนท้ายว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเฝ้ามองคนไทยมาตลอด 70 ปีในฐานะพระมหากษัตริย์ ทรงดูแลช่วยเหลือราษฎรทุกหมู่เหล่า มีโครงการในพระราชดำริที่เข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ต่างๆ และมีคุณูปการที่ทรงสอนให้เราเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงและเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงแนวพระราชดำริเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่จะเป็นแนวทางเพื่อการบริหารอย่างยั่งยืน โดยนายกรัฐมนตรีได้นำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปเผยแพร่ในการประชุม G77 ด้วย





