วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ชาญชัย' ชี้ 'ยิ่งลักษณ์' บริหารน้ำผิดพลาด ไม่ได้ถูกแกล้ง

“ชาญชัย” ชี้ “ยิ่งลักษณ์” บริหารน้ำผิดพลาด ไม่ได้ถูกแกล้ง ติงป.ป.ช. ดองเรื่องนาน4-5ปี เพิ่งมาตรวจสอบ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรองประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯระบุว่า ตัวเองถูกกลั่นแกล้งกรณีการบริหารจัดการน้ำ ตนขอยืนยันว่าก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเป็นรัฐบาลนั้นน้ำยังไม่มาก แต่ตอนเป็นรัฐบาลก็มีพายุดีเปรสชั่นเข้ามา 2 ลูกทำให้มีน้ำมาก แต่ตนเชื่อว่าถ้าบริหารจัดการน้ำดีคงไม่มีปัญหาส่งผลทำให้ครัวเรือนไม่น้อยกว่า 2 ล้านครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งมีการโกงการใช้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนโดยใช้งบประมาณไปถึง 1.2 แสนล้านบาท                          

นายชาญชัยกล่าวว่า ขอยกตัวอย่างในจ.นครสวรรค์ ที่ใช้งบประมาณไปถึง 6,784 ล้านบาท จ.นนทบุรีใช้งบประมาณกว่า 5,020 ล้านบาท จ.สิงห์บุรี ใช้งบประมาณ 1,280 ล้านบาท จ.ปทุมธานี ใช้งบประมาณ 10,481 ล้านบาท และที่ จ.สุพรรณบุรีซึ่งมีปัญหาน้ำท่วมน้อยในปี 54 ได้งบกว่า 1,697 ล้านบาท แต่งบประมาณที่งบไปทั้งหมดนี้กลับแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้ เพราะมีการทุจริตโดยเฉพาะเรื่องการเบิกจ่ายในช่วงปี 54 ที่ส่งผลทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมตามมาในปัจจุบัน ซึ่งในช่วงที่ตนเป็นฝ่ายค้านก็ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ อีกทั้งยังมีหนังสือจากกระทรวงมหาดไทย มท.0212.1/ ก 1323 ถึงผู้ว่าฯจังหวัดต่างๆ ที่ระบุว่าบางโครงการที่ของบมา ไม่ได้อยู่ในพื้นประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งขณะนั้นมีการระบุกันว่ามีการเรียกเงินทอนสูงถึงร้อยละ 30 ถ้าหากมีการใช้งบอย่างโปร่งใสมีการดำเนินโครงการต่างๆแล้ว วันนี้ปัญหาน้ำท่วมย่อมลดลง                                   

นายชาญชัยกล่าวอีกว่า ในช่วงวิกฤตน้ำท่วมปี 54 ประเทศมีความเสียหายถึง 1.4 ล้านล้านบาท เพราะมีความผิดพลาดจากการบริหารและการทุจริต ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์จึงต้องไปชี้แจงกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่สำคัญคือรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103/7 และ 103/8 ที่กำหนดให้มีมาตรการเปิดเผยราคากลางและวิธีคิดราคากลาง โดยมีหลักฐานจากคำสัมภาษณ์ของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น ยอมรับว่าไม่พร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรการของ ป.ป.ช.ทำให้คณะรัฐมนตรีไม่มีมติในเรื่องนี้ โดยอ้างว่าจะทำให้ฝ่ายปฏิบัติเสียขวัญกำลังใจจนทำให้งานไม่คืบหน้า สะท้อนว่ารัฐบาลในขณะนั้นตั้งใจที่จะปกปิด ด้วยเหตุนี้ตนขอเรียกร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ออกคำสั่งไปยังอธิบดีกรมสรรพากร ให้ตรวจสอบจากฐานข้อมูลการใช้งบประมาณรายจังหวัด กรณีน้ำท่วมปลายปี 54 ถึงต้นปี 55 และขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้รับเหมาทุกจังหวัด ทุกราย ก็จะทราบทุจริตอย่างไรเพราะกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103/8 ระบุให้ต้องรายงานเส้นทางการเงิน และห้ามรับเงินสด ต้องผ่านบัญชีธนาคารและสามารถตรวจสอบได้เท่านั้น ซึ่งตนเชื่อว่าถ้าว่าถ้าทำเช่นนี้ก็จะได้งบประมาณที่เกิดจากการทุจริตกลับมาด้วย                                                      

“น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ออกในยุคประชาธิปไตย จึงอยากให้ทบทวนและให้คนของพรรคเพื่อไทยทบทวนด้วยเพราะรู้ดีว่าช่วงน้ำท่วมปี 54 เกิดอะไรขึ้น ถ้ามีการใช้งบประมาณอย่างถูกต้องไม่ทุจริตปัญหาน้ำท่วมคงได้รับการแก้ไข แต่เป็นเพราะมีการทุจริตงบประมาณเบิกจ่ายแล้วแต่ไม่ได้ทำโครงการจริง ผมอยากให้นางสาวยิ่งลักษณ์ไปตอบ ป.ป.ช. ทั้งนี้ผมขอตำหนิป.ป.ช.ด้วยว่า เรื่องนี้มีการตรวจสอบจากสภาและร้องไปป.ป.ช. ผ่านไปถึง 4-5 ปีแล้วเพิ่งจะมาตรวจสอบแสดงให้เห็นว่าล่าช้ามาก ซึ่งควรทำให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งปีเหมือนอย่างร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันระบุไว้ และขอฝากถึงพล.อ.ประยุทธ์ให้ดูแลราชการให้ดีเพื่อดูแลปัญหาน้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นโดยต้องให้มีการตรวจสอบได้เพราะมีการทุจริตคอร์รัปชั่นเกือบทุกโครงการ” นายชาญชัย กล่าว