"นายกรัฐมนตรี" หนุนแก้ปัญหาโยกย้ายถิ่นฐานผิดปกติทั้งระบบ หวังทุกประเทศช่วยกัน เสนอตั้งกองทุนช่วย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขใหัคนในชาติ ถึงการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 71ที่ประเทศสหรัฐ อเมริกาว่า บทบาทของประเทศไทยเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย ซึ่งหลายประเทศอาจจะไม่เข้าใจ อาจจะมองประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ แต่เราได้ทำทุกอย่างตามพันธะสัญญาโลก วันนี้ถ้าเรามองดูปัจจัยภายในโลกนี้คนกว่า 65 ล้านคน ต้องพลัดถิ่นกว่า 21 ล้านคน เป็นการโยกย้ายถิ่นฐานที่ไม่ปกติ เช่น จากภัยสงคราม ความยากจน ประเทศไทยอยู่ในฐานะประเทศกลางทาง ซึ่งก็ต้องแรกรับจากที่อพยพผ่านเราไปที่อื่น
“รัฐบาลไทยและคนไทย เราก็มีความเอื้ออารี และให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมมาโดยตลอด อันแรกคือกลุ่มผู้ไร้ถิ่นฐาน คนไร้สัญชาติจำนวนกว่าล้านคน เราได้ให้ที่พักพิงแก่ผู้หนีภัยการสู้รบจากชายแดนนอกบ้านเราแล้วกัน ประมาณ 1 แสนคน ไม่นับรวมไม่นับรวมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติอีก กว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศ เราต้องจัดงบประมาณ 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ให้เป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าสวัสดิการอื่น รวมทั้งให้การศึกษาและฝึกอาชีพ ให้กับผู้หนีภัย ในพื้นที่พักพิง ให้มีความรู้ มีอาชีพ ถ้าเขามีโอกาสกลับคืนประเทศบ้านเกิด จะได้มีอาชีพมีรายได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นอกจากนี้เราต้องไม่ส่งบุคคลกลับไปสู่อันตราย แต่พวกหนึ่งเข้ามาแล้วก็มันผิดกฎหมายคนเข้าเมือง เราจะส่งกลับไปไหนมาไหน ก็ต้องดูต้นทาง ซึ่งเรามีกฎหมายคนเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว มีการพิสูจน์สัญชาติอีก ก็กำลังพิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็มีปัญหาความขัดแย้งเวลาจะส่งไปไหน ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะออกมายังไง เป็นการพิจารณาของคณะผู้ร่างกฎหมาย ก็ต้องดูประเทศเราด้วย ว่ามันเกิดผลกระทบอะไรหรือไม่ นอกจากนี้เราก็กำลังพิจารณาจัดทำระบบคัดกรอง ให้เป็นมาตรฐานสากล ต้องแยกให้ออก
“เราจะได้ลดความเสี่ยงของการตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ หรืออนุญาตให้เหยื่อค้ามนุษย์ที่จะต้องเป็นพยาน ถ้าเป็นของประเทศไหน ต้องส่งกลับไปเลย แต่คดีมันยังไม่จบไง เสร็จแล้วก็คดีก็ยุติไม่ได้ ก็อนุญาตให้เค้าอยู่แล้วก็สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย จนกว่าคดีจะสิ้นสุด โดยให้มีการขยายเวลาไปเป็น 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปีนะ เพื่อให้ยุติคดีให้ได้โดยเร็ว และก็หารือกับประเทศเพื่อนบ้านเรา เพื่อจะส่งผู้หนีภัย กลุ่มนำร่องเกือบ 100 คน ที่มีความสมัครใจกลับบ้าน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อีกทั้งประเทศกลางทางแบบประเทศไทย ก็ต้องมาช่วยดูแล รวมถึงประเทศทางยุโรปด้วย แล้วเราต้องมีระบบคัดกรอง เพื่อคัดแยกผู้หนีภัย ให้ช่วยเหลือและคุ้มครองให้ได้เรารองรับภาระมาก ส่วนประเทศปลายทาง มันสำคัญที่สุดก็คือว่า หลายประเทศเป็นที่น่ายินดี ในการประชุมเขาก็พร้อมที่จะรองรับ ผู้หนีภัย ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ ฉะนั้นต้องหางบประมาณ หากองทุนไปดูแลด้วย ว่าจะช่วยเหลือทั้งเงินทั้งการรองรับผู้หนีภัยเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอย่างไร
“ผมก็เลยเสนอไปว่าเออต้องดูเงินทุนเหล่านี้ด้วยประเทศต้นทาง ประเทศกลางทาง แล้วก็ประเทศปลายทางจะทำกันยังไง ถ้าสมมติว่าเรายังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอยู่แบบนี้คือรับคน โดยเราไม่ไปแก้ต้นทางเลย มันก็จะไม่ลดปริมาณคนออกนอกประเทศ เราต้องทำยังที่เค้าจะไม่เกิดสงคราม ระงับสงครามให้ได้โดยเร็ว แล้วก็พัฒนาเขาให้มีความรู้ มีการศึกษา มันจะได้ไม่มีความขัดแย้ง ซึ่งความขัดแย้งสวนใหญ่เกิดจากความยากจน ถ้าเราพัฒนาตั้งแต่ต้นทาง ก็จะไม่เกิดอีก วันนี้มันเกิดหลายพื้นที่ มันก็อพยพไปเรื่อยๆ แล้ววันหน้าทำยังไง ถ้าเราไม่แก้ทั้งระบบ โดยนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดี สหรัฐ อเมริกา ได้ริเริ่มจัดประชุมดังกล่าวขึ้น ประเทศไทยทำหน้าที่นี้ได้ดี ก็ได้เชิญผมไปร่วมประชุม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ส่วนเรื่องของการร่วมกันรับรองแถลงการณ์นิวยอร์ก สำหรับผู้หนีภัยและผู้โยกย้ายถิ่นฐาน ทุกประเทศต้องร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างแก้กันเอง แก้ไม่ได้หรอกครับทุกปัญหาฉะนั้นต้องมีเวทีในเชิงนโยบายหารือกันทั้ง 3 ส่วน เราต้องเข้มแข็งไปด้วยกัน แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คงไม่มีใครอยากออกจากบ้านตัวเอง ก็อยากอยู่ประเทศตัวเองทั้งหมด





