วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กองปราบเปิดปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายนักค้าอาวุธปืนออนไลน์

กองปราบเปิดปฏิบัติการ “Black Weapons online” ทลายเครือข่ายนักค้าอาวุธปืนออนไลน์ 76 จุดทั่วประเทศ

พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป.และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กบ.ป. จำนวน 15 นาย นำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 67/1 ม.1 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ริมถนนหลวงหมายเลข 304 หลังสืบทราบว่าสถานที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่กักเก็บอาวุธปืนและเครื่องกระสุนเพื่อรอการจำหน่ายให้กับวัยรุ่นในท้องที่ ตามนโยบายกวาดล้างผู้มีอิทธิพลในพื้นที่                       

จากการตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวถูกสร้างเป็นร้านหมูกระทะเรือนปันหยา ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 200 ตารางวา บริเวณด้านหลังร้านเป็นห้องพักอยู่อาศัยและห้องพักพนักงาน มีนางรุ่งนภา สื่อกลาง อายุ 41 ปี ชาว จ.นครราชสีมา แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน อาศัยอยู่ร่วมกับนายพงศธร สุขมี อายุ 20 ปี บุตรชาย และลูกสะใภ้กับหลานชายวัย2เดือนรวมถึงพนักงานร้านหมูกระทะอีก 2 คน ทั้งนี้จากการตรวจค้นภายในห้องพักต่างๆพบ อาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก ระเบิดควัน 2 ลูก ซองใส่กระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 ซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืนเอ็ม 16 และขนาดอื่นๆอีกรวมกว่า 50 นัดซึ่งของกลางทั้งหมดถูกซุกซ่อนกระจัดกระจายอยู่ตามห้องพักต่างๆโดยมีนายนายพงศธรบุตรชายเจ้าของร้านแสดงตัวเป็นผู้ครอบครองอาวุธของกลางทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ                         

จากการสอบสวน นายพงศธร ให้การรับสารภาพว่า อาวุธปืนและเครื่องกระสุนของกลางดังกล่าวเป็นของตนเองจริง โดยตั้งใจเก็บไว้เพื่อป้องกันตัวเนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาตนได้มีปัญหาทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นค้ายาเสพติดในพื้นที่ก่อนที่ต่อมาไม่นานจะมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าร้านแล้วใช้อาวุธปืนกราดยิงเข้าในร้านแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ สำหรับอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอกนั้น ตนได้รับซื้อต่อมาจากวัยรุ่นในพื้นที่อีกที ส่วนแม็กกาซีนหรือซองบรรจุกระสุนปืนเอ็ม 16 ทั้ง 2 ซองพร้อมเครื่องกระสุนขนาดเดียวกันนั้น ตนได้รับซื้อต่อมาจากนายแบงค์เพื่อนสนิท ซึ่งขณะนี้ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ โดยซื้อต่อมาในราคา 500 บาท เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว ก่อนที่ภรรยาจะคลอดบุตรชายได้ไม่นาน โดยตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้เพื่อขายต่อให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ ขณะที่ระเบิดควันจำนวน 2 ลูกนั้นตนเองตั้งใจว่า จะเก็บสะสมไว้ต้ังโชว์เพียงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนานำไปใช้ก่อเหตุ ส่วนมารดาตนเองนั้น ไม่ได้มีส่วนรู้เห็น หรือเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนดังกล่าวแต่อย่างใด                      

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “มีอาวุธไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”แก่นายพงศธรก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป                

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. มอบหมายสั่งการให้ พ.ต.ท.เผด็จ งามละม่อม พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง พ.ต.ท.รัชภูมิ กุสุมาลย์ พ.ต.ท.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รองผกก.1บก.ป. ระดมชุดสืบสวนลงพื้นที่ตามแผนปฏิบัติการ Black Weapons online “ทลายเครือข่ายนักค้าอาวุธปืนออนไลน์” ทั้งสิ้น 8 จุด                    

โดยจุดที่น่าสนใจ ประกอบไปด้วย . พ.ต.ต.ศราวุธ จันต๊ะวงศ์ สว.กก.1 บก.ป นำกำลัง พร้อมหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ 175/59 ลงวันที่ 15 ก.ย.2559 ตรวจค้น บ้านเลขที่ 499/123 ซ.โรงสี ถ.นางลิ้นจี่ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักชั้นเดียว เนื้อที่ประมาณ 30 ตร.ม. เจ้าหน้าที่พบ นายฐิรเมศวร์ พลอยจินดา อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นบุคคลตามเป้าหมายของทางเจ้าหน้าที่ กำลังนอนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้ามี่จึงแสดงหมายค้นก่อนเข้าทำการตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจค้นนั้น เจ้าหน้าที่พบ วิทยุสื่อสาร สีดำ จำนวน 1 เครื่อง บริเวณชั้นวางทีวี และน้ำยาขัดรางปืนจำนวน 1 ขวด บริเวณตู้เสื้อผ้า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจฉี่ นายฐิรเวศวร์ ไม่พบสารเสพติด และอาวุธปืนเถื่อนแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดวิทยุสื่อสารและน้ำยาขัดรางปืน             

สอบสวนเบื้องต้น นายฐิรเมศวร์ ให้การว่า ตนได้ซื้อปืนลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์และลูกกระสุนขนาด .22 จำนวน  1 กล่อง ผ่านทสงอินเตอร์เน็ตเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาในราคา 7000 บาท ต่อมาเมื่อตนทราบข่าวว่าคนขายอาวุธปืนให้ตนถูกวิสามัญ ด้วยความกลัวตนจึงรีบขายปืนให้กับเพื่อนชื่อ นายหลง ที่ อ.บางปะหัน จ.อยุธยา ในราคา 7000 ไปตอนกลางปี 59 ส่วนอาวุธปืนที่ตนซื้อมานั้นเพียงนึกสนุกและซื้อมายิงฉลองตอนงานวัดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น                          

จุดที่สอง พ.ต.ต.สมเดช สาระบรรณ์ สว.กก.1 บก.ป. .นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลอาญาเลขที่ 350/2559 ลงวันที่ 17 ก.ย.59เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 102 บ้านพรหมมาอพาร์ทเม้นต์ ซอยพหลโยธิน 52 แขวงคลองถนน เขตสายไหม ซึ่งเป็นห้องพักของ จ่าอากาศโทตวงสิทธิ์ พูลถาวร อายุ 26 ปี หลังพบหลักฐานว่าเจ้าตัวเคยสั่งซื้ออาวุธปืนจากนายไพศาล คำไทย อายุ 32 ปี พ่อค้าอาวุธปืนทางอินเตอร์เน็ต ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมไปเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา จากการตรวจค้นภายในห้องพัก รวมทั้งภายในรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า โคโรลล่า สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน 5 กฌ-3880 กรุงเทพฯ และรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีดำทอง หมายเลขทะเบียน 4 กธ-8868 กรุงเทพฯ ไม่พบอาวุธปืน หรือสิ่งผิดกฎหมายชนิดอื่นแต่อย่างใด จากการสอบสวนเจ้าตัวยังให้การปฏิเสธว่าไม่เคยสั่งซื้ออาวุธปืนแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจปัสสาวะ ตรวจเก็บดีเอ็นเอ ก่อนทำบันทึกตรวจค้นไว้เป็นหลักฐานเพื่อทำการตรวจสอบ            

จุดที่สาม พ.ต.ท.เผด็จ งามละม่อม รอง ผกก.1 บก.ป. ร.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป. นำหมายค้นจากศาลอาญารัชดา ที่ 372/2559 ลงวันที่ 16 ก.ย. 59 เข้าตรวจค้น c.c.k. แมนชั่น เลขที่ 83/13 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จากการตรวจค้นห้องพักเลขที่ 405 ชั้นที่ 4 ของนายวสันต์ หล้าสุด อายุ 27 ปี อดีตทหารเกณฑ์ สังกัดกองทัพเรือ ภายในตู้เสื้อผ้าพบสิ่งเทียมอาวุธปืนยาว รุ่น M16 (บีบีกัน) จำนวน 1 กระบอก สิ่งเทียมอาวุธปืนยาว รุ่นM4 (บีบีกัน) จำนวน 1 กระบอก เสื้อเกราะกันกระสุนจำนวน 2 ตัว อุปกรณ์ติดตั้งปืน อาทิ ลำกล้อง คันท้ายปืนยาว แม็กกาซีน และวิทยุสื่อสารจำนวน 2 เครื่อง ใบอนุญาตพกพาและครอบครองอาวุธปืน ระบุชื่อ ร.ท.วสันต์ หล้าสุด พร้อมเอกสารจำนวนหนึ่ง จึงยึดไว้ตรวจสอบ

จากการสอบสวนนายวสันต์ ให้การว่า อุปกรณ์ทั้งหมดตนสั่งซื้อมาจากทางอินเตอร์เน็ต เนื่องจากตนเองชื่นชอบอาวุธปืน เป็นการส่วนตัว และก่อนหน้านี้เคยสั่งซื้ออาวุธปืนสั้นของจริงผ่านทางทางอินเตอร์เน็ตกับผู้ค้ารายหนึ่ง แต่ไม่ได้ของ โดยผู้ค้ากลับส่งก้อนหินมาให้ในกล่องพัสดุแทน             

ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ พล.ต.ต.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย พ.ต.อ.มนตรี แป้นเจริญ พ.ต.อ. สุวัฒน์ แสงนุ่ม พ.ต.อ.อรรณพ รัตนอุบล รองผบก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาวุธปืนและวัตถุระเบิด ตามแผนปฏิบัติการ Black Weapons online “ทลายเครือข่ายนักค้าอาวุธปืนออนไลน์”                           

พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้ตำรวจกองปราบปรามและตำรวจบก.ปอท. ร่วมกันสืบสวนหาข้อมูลขบวนการซื้อขายอาวุธปืนผ่านทางอินเตอร์เน็ต หลังปรากฏข้อมูลว่ากลุ่มนักเรียนมีการสั่งซื้ออาวุธปืนผ่านทางโซเซี่ยลมีเดีย และนำมาก่อเหตุ ทั้งนี้จากการสืบสวนเชิงลึกทำให้ชุดสืบสวนพบพฤติกรรมว่า กลุ่มนักเรียนนักศึกษา จะซื้อ-ขายอาวุธปืนผ่านทางอินเตอร์เน็ต ก่อนที่จะใช้ไปรษณีย์เป็นช่องทางในการขนส่งสินค้า จากนั้นจะโอนเงินเพื่อชำระสินค้าผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งยังพบอีกว่าเครือข่ายผู้ค้าและลูกค้ามีมากกว่า 164 ราย จึงได้ทำการกำหนดกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 76 จุดทั่วประเทศ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางตำรวจกองปราบปราม คอมมานโดกองปราบปราม และบก.ปอท. ตลอดจนตำรวจในสังกัดบช.ก. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ตามแผนปฏิบัติการดังกล่าว                   

พ.ต.อ.สันติ กล่าวว่า จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนทั้งหมด กว่า 141 กระบอก เป็นอาวุธปืนมีทะเบียน 32 กระบอก และไม่มีทะเบียน 109 กระบอก ในจำนวนนี้มีอาวุธปืนสงครามร้ายแรง อาทิ ปืนอาก้า (AK47) จำนวน 4 กระบอก ปืนเอชเค 33(HK33) จำนวน 1 กระบอก ปืนเอ็ม 16 จำนวน 5 กระบอก อุปกรณ์ส่วนควบ เครื่องกระสุนปืนกว่า 2 พันนัด ทั้งนี้ยังจับกุมผู้ต้องหาได้มากถึง 20 ราย รวมทั้งสามารถขยายผลเครือข่ายที่ซื้อขายอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย เชื่อมโยงเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้อยู่ระหว่างการขยายผลต่อไป               

พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทางพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ยังสั่งการให้ ตำรวจคอมมานโดกองปราบปราม นำรถวิทยุสายตรวจลงพื้นที่ยืนปรากฏกายบริเวณสถานศึกษาที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม ทั้งในพื้นที่นครบาลและปริมณทล ซึ่งมีกว่า 14 สถาบัน รวมทั้งตรวจค้นกลุ่มนักเรียนที่เป็นหัวโจกมาปรับทัศนคติ และเป็นแนวร่วมในการทำงานกับเจ้าหน้าที่ ตลอดจนบันทึกประวัติกลุ่มนักเรียนกลุ่มเสี่ยง เพื่อเป็นแนวทางสืบสวนป้องกันปัญหานักเรียนตีกันระหว่างสถาบัน                           

ขณะที่ พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า นอกจากนี้ทาง บช.ก. ยังได้สั่งการให้ตำรวจในสังกัด สืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์ทั้งรูปแบบบุคคลและขบวนการ ซึ่งในห้วงเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา- เดือนกันยายน สามารถจับกุมผู้ต้องหา 115 คน 135 หมายจับ อย่างไรก็ตามวานนี้ทางกก.2บก.ป. สามารถทลายขบวนการแหล่งผลิตธนบัตรดอลล่าห์ปลอม และสกุลเงินปลอมต่างๆ ได้ โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือนายราเมศ พระสุนิน อายุ 49 ปี และน.ส.วลัยพร นุชสวัสดิ์ อายุ 32 ปี จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 18/305 ถ.วัชรพล แขวงคลองถนน เขตสายไหม พร้อมอาวุธปืน เครื่องกระสุน เครื่องจักรขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเครื่องมือและวัตถุสำหรับผลิตธนบัตรปลอม รวมของกลางทั้งสิ้นกว่า 71 รายการ