ภูเก็ตชงเมกกะโปรเจค เสนอนายกฯสนับสนุนจัดทำ “สมาร์ทซิตี้” ใช้งบ 4,000 ล้าน พร้อมผลักดันโครงการเร่งด้านคมนาคมขนส่ง งบอีกว่า600ล้าน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะมีกำหนดเดินทางมาตรวจราชการที่ จ.ภูเก็ต โดยในช่วงเช้า 16 กันยายน 2559 (08.50 น.) จะทำพิธีเปิดใช้อาคารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งได้ดำเนินการพัฒนาก่อสร้างและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความปลอดภัยตามแผนพัฒนาท่าอากาศยาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
จากนั้นเวลาประมาณ 10.00 น.จะเดินทางไปยังโรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ เพื่อทำพิธีเปิดงาน “Startup Thailand & Digital Thailand ภูมิภาค 2016” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “การส่งเสริมภูเก็ตสู่ศูนย์กลางธุรกิจสตาร์ทอัพและเมืองอัจฉริยะ” ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ภูมิภาคได้รับรู้และมีโอกาสในการเข้าร่วมกระบวนการพัฒนาต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มต้น และเป็นการเน้นย้ำจุดยืนของรัฐบาลที่มีความตั้งใจต่อการสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้น รวมทั้งเพื่อสร้างต่อเนื่องของกิจกรรมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติอย่างแท้จริงและทันเหตุการณ์
ต่อจากนั้นในช่วงบ่าย (13.00 น.) จะเดินทางไปยังศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต อ.เมืองภูเก็ต พบปะ และกล่าวทักทายประชาชนที่มาให้การต้อนรับ และเวลาประมาณ 15.30 น. จะเป็นประธานประชุมหารือร่วมกับ คณะกรรมการ กรอ.ส่วนกลาง และคณะกรรมการ กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคใต้อันดามัน (กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต และระนอง) ที่ห้องประชุมอาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ก่อนเดินทางกลับในเวลา ประมาณ 17.30 น.วันเดียวกัน
เกี่ยวกับความพร้อมของจังหวัดภูเก็ตในการต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะในการเดินทางมาราชการในครั้งนี้ ซึ่งนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนต่างๆ ได้มีการเตรียมความพร้อมแล้ว 100% ทั้ง 3 พื้นที่หลักที่นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางมาตรวจราชการ ไม่ว่าจะเป็นที่ท่าอากาศยานภูเก็ต โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา และมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต
“ในส่วนแผนงานโครงการที่ทางจังหวัดภูเก็ต และ กรอ.จังหวัด จะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและขอรับการสนับสนุน มี 2 ส่วน คือ ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตจะเสนอแพคเก็จใหญ่ โครงการภูเก็ตสมาร์ทซิตี้ ใช้งบประมาณ 4,000 ล้านบาท ระยะเวลาต่อเนื่อง 4 ปี ระหว่างปี 2561-2564 ใน 7 ยุทธศาสตร์ อาทิ ความปลอดภัย การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม เป็นต้น
กับส่วนที่ 2 เรื่องโครงสร้างคมนาคมทั้งเกาะ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการศึกษาออกแบบ จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แต่หนึ่งในโครงการเร่งด่วนที่จะมีการนำเสนอ คือ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจัดทำถนนสี่ช่องจราจรถนนสายป่าคลอก อ.ถลาง ไปยังสนามบินภูเก็ต ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร งบประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในแผนของกระทรวงคมนาคมอยู่แล้ว แต่จะขอเร่งรัดจากแผนระยะปานกลาง มาเป็นแผนเร่งด่วน
และโครงการก่อสร้างถนนสายฉลอง (วัดหลวงปู่สุภา)-ป่าตอง เพื่อร่นระยะทางการเดินทางจากฉลองไปป่าตอง เนื่องจากยังติดขัดการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องตัดผ่านป่าลุ่มน้ำ 1 A ใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท”
นายจำเริญ กล่าวและว่า นอกจากการขอรับการสนับสนุนโครงการเร่งด่วนแล้ว ยังมีการนำเสนอโครงการ พัฒนาขนาดใหญ่ของจังหวัดภูเก็ตอีกหลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟฟ้ารางเบา ขณะนี้ได้มีศึกษาออกแบบไว้แล้วเสร็จ โครงการศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า โครงการอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง โครงการก่อสร้างถนนแนวใหม่ สายบ้านสาคู-เกาะแก้ว ระยะทาง 22 กิโลเมตร เป็นต้น ซึ่งหากโครงการเหล่านี้ดำเนินการแล้วเสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2565 ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะทางด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีเวลาค่อนข้างจำกัด ดังนั้นในการประชุมร่วมกันของภาครัฐและเอกชนได้มอบหมายให้ทางผู้ว่าฯ เป็นผู้นำเสนอโครงการต่างๆ ซึ่งได้มีการประชุมร่วมกันแล้ว โดยจะเน้นโครงการที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านการคมนาคม ซึ่งมีการผลักดันอยู่แล้ว เช่น ถนนสายป่าคลอก-สนามบิน โครงการอุโมงค์ทางลอดป่าตอง โครงการทางใหม่บ้านสาคู-เกาะแก้ว ซึ่งจะทำเป็นซุปเปอร์มอเตอร์เวย์ เป็นต้น แต่ในส่วนของตนอาจจะมีการเสนอเพิ่มเติมในส่วนของการจัดตั้งบริษัท ภูเก็ต พัฒนาเมือง จำกัด ซึ่งได้แนวคิดมาจากโครงการขอนแก่นโมเดล เพื่อเข้ามาทำการศึกษาวิจัยแนวทางการพัฒนาเมืองที่เหมาะสม รวมทั้งการเข้ามาลงทุนโครงการต่างๆ ที่หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถดำเนินการให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาของเมือง เพราะบางครั้งไม่สามารถที่จะรองบประมาณจากทางภาครัฐได้ เพื่อให้เกิดการผลักดันต่อไป





