วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จ่อสั่งเด้ง '3ตร.นครบาล' คดียัดยา-ทำร้ายหนุ่มม้ามฉีก

ผบก.น.3 จ่อเซ็นสั่งเด้ง3ตร. เข้ากรุสอบยัดยา-ทำร้ายหนุ่มม้ามฉีก หลังญาติเหยื่อเข้าร้องขอความเป็นธรรม

เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 10 กันยายน พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 (ผบก.น.3) เปิดเผยว่า ภายในวันนี้ (10 ก.ย.) เตรียมออกคำสั่งให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนกองกำกับการสืบสวน กอบังคับการตำรวจนครบาล 3 (กก.สส.บก.น.3) จำนวน 3 นาย มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (ศปก.น.3) และให้หยุดปฏิบัติงานด้านการสืบสวน จนกว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น

โดยตอนนี้อยู่ระหว่างจัดทำเอกสาร เพื่อยื่นให้ตนเซ็นคำสั่งอนุมัติ โดยทราบชื่อของตำรวจทั้ง 3 นายหมดแล้ว ส่วนอีก 2 คน ที่ร่วมก่อเหตุตามพยานระบุคาดว่าเป็นสายตำรวจ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการหาตัวมาสอบสวน

ทั้งนี้ จากกรณี นายประเสริฐ บ่างสมบูรณ์ อายุ 60 ปี พร้อมด้วย นางจำรัญ บ่างสมบูรณ์ อายุ 57 ปี มารดา น.ส.ดาวเรือง บ่างสมบูรณ์ อายุ 34 ปี น้องสาว และนายสมัครชัย มะฮะหมัด อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นบิดา มารดา น้องสาว และเพื่อนสนิทของ นายสมชาย บ่างสมบูรณ์ อายุ 35 ปี ร่วมกันเดินทางยื่นหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ต.ต.ดร.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 เมื่อวันที่ 9 กันยายน

ภายหลังจากเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ขณะที่นายสมชาย พร้อมด้วยนายสมัครชัย กำลังปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่หน้าหมู่บ้านพาทาโกเนีย 2 ถนนรามอินทรา-หทัยราษฎร์ แขวงและเขตมีนบุรี กทม. แต่จู่ๆ มีรถกระบะมาจอดบริเวณหน้าป้อมของหมู่บ้าน จากนั้น มีชายฉกรรจ์ จำนวน 5 คน พากันลงมาจากรถ แล้วเดินปรี่เข้ามาหาทั้งบุคคลทั้งสอง โดย 1 ใน 5 นั้นได้โชว์บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมบอกว่า “โทรศัพท์หาคนมาเคลียร์ซะ ไม่งั้นพวกมึงโดนคนละ 10 เม็ดแน่” และเรียกเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัวเป็นอิสระคนละ 1-2 หมื่นบาท

โดยระหว่างที่นายสมชาย กำลังโทรศัพท์ติดต่อหาญาติ กลุ่มชายฉกรรจ์ได้เตะเข้าที่ชายโครงซ้ายและขวาอย่างแรง รวม 2 ครั้ง จนล้มฟุบนอนแน่นิ่งไป ส่วนนายสมัครชัย ถูกเตะเพียงแค่ 1 ครั้ง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นทั้งคู่หาเงินไม่ได้จึงถูกกลุ่มชายฉกรรจ์โยนถุงพลาสติก ซึ่งภายในบรรจุยาเสพติดไว้ตรงหน้า พร้อมทั้งถ่ายรูปบันทึกเอาไว้ ก่อนบังคับให้เซ็นชื่อยอมรับสารภาพ แล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา ทางครอบครัวของนายสมชาย ได้ทำเรื่องขอประกันตัว ซึ่งผลปรากฏว่า เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บก่อนหมดสตินอนล้มฟุบลง จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน โดยเบื้องต้นทางแพทย์ระบุว่าม้ามฉีก หากมาไม่ทันภายใน 1-2 วัน อาจเสียชีวิตลงได้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 กันยายน ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมชายสามัญ 5/3 ชั้น 3 โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี พล.ต.ต.ต.ดร.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 ได้เดินทางเข้าเยี่ยมพร้อมทั้งสอบถามอาการบาดเจ็บของ นายสมชาย บ่างสมบูรณ์ อายุ 35 ปี โดยมี นายประเสริฐ บ่างสมบูรณ์ อายุ 60 ปี กับ นางจำรัญ บ่างสมบูรณ์ อายุ 57 ปี บิดาและมารดา ให้การต้อนรับ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที

พล.ต.ต.ต.ดร.ชัยพร กล่าวว่า ในวันนี้(10 ก.ย.)ตนเดินทางมาเยี่ยมอาการของคนไข้ และมอบขวัญกำลังใจ เนื่องจากทราบว่าอาการยังไม่ดีขึ้น รวมทั้งสอบถามรายละเอียดเบื้องต้นในเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากทางผู้เสียหาย และนายประเสริฐ ยังไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ทำการสอบปากคำ ทั้งนี้จากการสอบถามทางแพทย์เรื่องอาการของคนไข้นั้นระบุว่า ม้ามมีร่องรอยการฟกช้ำข้างใน ส่งผลให้ฉีกขาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยทางแพทย์ไม่ได้ทำการผ่าตัดแต่อย่างใด เพราะม้ามไม่ได้แตก ขณะนี้อยู่ระหว่างการฟื้นตัว ส่วนในวันแรกพบว่ามีเลือดไหล แต่ได้ดูดออกและหยุดไหลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้คนไข้มีอาการป่วยแทรกซ้อนขึ้นมา ทางแพทย์จึงต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

พล.ต.ต.ต.ดร.ชัยพร กล่าวอีกว่า เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทางครอบครัวของผู้เสียหาย และเสนอเรื่องถึงผู้บังคับบัญชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากพบว่าข้าราชการตำรวจทำผิดจริง ก็จะดำเนินการให้ถึงที่สุด เนื่องจากทำให้ตำรวจส่วนใหญ่เกิดความเสียหาย ส่วนการหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้นั้นไม่ยาก ต้องย้อนกลับไปดูใบบันทึกจับกุมของผู้เสียหายทั้งสองรายในคดียาเสพติด โดยนำรายชื่อตำรวจชุดจับกุมมาทำการสอบปากคำทุกนาย ซึ่งพยานก็จะสามารถไปชี้ตัวตำรวจกลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้การปฎิบัติหน้าที่ของข้าราชการที่ทำผิดกฎหมาย ต้องนำตัวมาสอบปากคำในเบื้องต้น หากพบว่าต่ำกว่าซี 8 ต้องส่งตัวไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) หรือตั้งแต่ซี 8 ขึ้นไป จะส่งตัวไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการภายใน 30 วัน นอกจากนี้ในส่วนเรื่องของวินัย ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการแล้วเพื่อรีบดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิด ถ้าพบว่าผิดวินัยร้ายแรงต้องไล่ออกทันที ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

"เบื้องต้นได้แนะนำให้นายประเสริฐ ไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับทางพนักงานสอบสน.มีนบุรี เนื่องจากนายสมชาย อยู่ระหว่างการพักฟื้นอาการบาดเจ็บ ยังไม่สามารถเดินทางข้าพบด้วยตนเองได้ โดยทางญาติและตัวผู้เสียหายไม่ต้องกลัวว่าผู้ใดจะมาข่มขู่ ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาตามสายงานจะต้องรับผิดชอบหากพบว่ามีการกระทำดังกล่าว คำว่าเป็นผู้มีอิทธิพลเป็นข้าราชการไม่ยาก แต่ผู้มีอิทธิพลเป็นโจรห้าร้อยข้างนอกจะยากกว่านี้ นอกจากนี้หากผู้บังคับบัญชาตามสายงานนั้นๆ ยังไม่ดำเนินการ หรือปล่อยปละละเลยก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน" ผบก.น.3 กล่าวย้ำ