วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ผู้ว่าฯ กปภ.'แจงปม'วิลาศ' ร้องทุจริตในองค์กร

"ผู้ว่าฯ กปภ." แจงปม "วิลาศ" ร้องทุจริตในองค์กร ลั่นกวาดบ้านสะอาด ยึดขั้นตอนกฎหมาย -ประโยชน์ปชช. พร้อมตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน

นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค แถลงถึงกรณีที่นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ตรวจสอบพบการทุจริตในกปภ.ว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเดิมที่เคยเกิดขึ้น และดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ปี 2552 – 55 จึงอยากยืนยันว่า เราจะตรวจสอบทุกประเด็นหากมีการทุจริต หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย เราจะต้องเอาผิดลงโทษตามฐานความผิดทุกกรณี เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล หากมีการร้องเรียนเข้ามาเราจะตั้งคณะกรรมการสอบเกือบทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่นายวิลาศตรวจสอบ แต่เรื่องที่นายวิลาศกล่าวมา มันเป็นเรื่องในอดีตยาวนานเกือบทั้งสิ้น

“ผมเข้ามาเพียง 2 เดือนเศษ แต่การประปาภูมิภาคที่เปรียบเสมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 ของผม ไม่สะอาดมาหลายปีแล้ว เมื่อบ้านที่ผมอยู่ไม่สะอาดเราก็อาสามากวาด เรามาช่วยกัน แต่คุณวิลาศจะให้ผมกวาดให้สะอาดเลยภายใน 1 เดือน ดังนั้นต้องให้ความเป็นธรรมกับผมด้วย เราต้องกวาดอย่างมีระเบียบวินัย ไม่ใช่ไปถึงแล้วกวาดเลย มันต้องมีขั้นตอน กฎเกณฑ์ ยึดถือระเบียบกฎหมาย ฉะนั้นการกล่าวหาใดๆต้องมีหลักฐานยืนยันชัดเจน ข้อมูลบางส่วนที่คุณวิลาศกล่าวอ้างมันยังมีความเข้าใจผิดในบางประเด็น” นายเสรี กล่าว

ผู้ว่ากปภ. กล่าวชี้แจงว่า กรณีการจัดซื้อแก๊สคลอรีนเหลว มีมากว่า 10 ปีแล้ว ส่วนใหญ่มีไม่กี่รายประมูลได้ไป เพราะต้องเข้าใจว่า การซื้อแก๊สคลอรีนเหลวมันเป็นการลงทุนของบริษัทที่มหาศาลเพื่อผลิตท่อ เพราะฉะนั้นคู่แข่งที่เข้ามาจึงเหนื่อย สู้ราคาไม่ไหว แต่สิ่งที่สำคัญคือราคาเป็นอย่างไร ดั้งนั้น กปภ.ก็ใช้ราคาแต่ละปีเป็นฐาน เช่น ปีที่แล้วราคาเท่าไหร่ ปีนี้ราคากลางเป็นเท่าไหร่ก็ใช้ราคาของปีที่แล้ว พอประมูลมาอย่างน้อยราคาที่เราพอรับได้คือ ต้องต่ำกว่าราคาของปีที่แล้ว และราคาก็จะลดต่ำลงเรื่อยๆ ทางบริษัทเองในเมื่อเขาลงทุนไปแล้วอยากได้งานต่อก็ต้องยอมสู้ราคา อย่างไรก็ตามการจากประมูลคลอรีนเหลวล่าสุดเมื่อช่วงต้นปี 2559 บริษัทประมูลได้ต่ำกว่าราคากลาง 4 เปอร์เซ็นต์ แล้วกปภ.ต่อรองมาได้ 5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนข้อครหาที่ว่า ประมูลเพียงเจ้าเดียวทำไมไม่ยกเลิกนั้น ก็สามารถทำได้ หรือเรียกมาเจรจาได้หากมีเหตุผลจำเป็น

“ประปาต้องใช้คลอรีนเหลวปีหนึ่งประมาณเกือบ 30,000 หลอด ในขณะที่เราประมูลจะเหลือที่ประมาณ 5,000 หลอด กปภ.จึงวางแผนว่า ถ้าไม่จัดซื้อจัดจ้าง น้ำที่ผลิตออกไปจะมีปัญหากับประชาชน เพราะฉะนั้นต้องตัดสินใจตามระเบียบที่เอื้อให้ ที่สำคัญเราต้องเจรจาให้ราคาเป็นที่พึงพอใจของเรา ต่ำให้มากสุดเท่าที่จะมากได้ ดังนั้นการจัดซื้อจัดจ้างเรื่องนี้เป็นไปตามระเบียบ ไม่ใช่ซื้อราคาแพง แต่ราคาจะต่ำลงมาเรื่อยจาก 10 ปีที่แล้ว คุณวิลาศต้องเข้าใจด้วยว่า ช่วงรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็เจ้านี้ที่ประมูลได้ แล้วก็ซื้อราคาสูงกว่าปัจจุบัน” ผู้ว่าฯกปภ. กล่าว

นายเสรี ยังกล่าวถึงกรณีการวางท่อจำหน่ายน้ำประปาที่ไม่ได้มาตรฐานในพื้นที่หัวหิน - ปราณบุรี ว่า เหตุการณ์นี้เกิดมาตั้งแต่ 2552 ยอมรับว่าการใช้งานท่อประปาก็ต้องมีจุดแตกรั่ว แต่ กปภ. ได้ต้องตรวจสอบจนพบว่า ได้ดำเนินการสอบสวนทางด้านวินัย และลงโทษผู้กระทำความผิดในฐานประมาทเลินเล่อทำให้ กปภ.เสียหายอย่างร้ายแรง ไปเมื่อปี 2558 จำนวน 2 ราย แต่ต่อมาผู้ที่ถูกลงโทษได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายกำลังพิจารณาเอกสารอุทธรณ์อยู่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลปกครองกลาง เราจะเร่งไม่ได้ ขณะที่การยื่นหนังสือค้ำประกันปลอมนั้น เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีการลงโทษบริษัทผู้ทิ้งงานไปแล้ว ขณะนี้เตรียมพิจารณาคืนความเป็นธรรมให้กับพนักงานที่ถูกลงโทษ เพราะเป็นคนชี้เป้าว่า เป็นหนังสือปลอม สำหรับเรื่องการฮั้วประมูลเป็นข้อกล่าวหาที่ กปภ.ไม่สบายใจ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดขั้นตอน เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯ และรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เพียงแต่การประมูลจะไม่มีใครทราบได้ว่า มีรายใดบ้างถือว่าเป็นไปตามระเบียบ ส่วนที่มีการอ้างว่ามีการบวกเพิ่มเงินจำนวน 50 บาททุกท่อ รวมทั้งบวกค่าขนส่งต่อท่อไปต่างจังหวัดด้วยนั้น นายวิลาศคงเข้าใจคลาดเคลื่อน ที่นำข้อมูลชุดเก่าจากบริษัทที่บวกตัวเลขผิด แต่หลังจากนั้นทางบริษัทได้ทำหนังสือชี้แจงมายัง กปภ.แล้ว อย่างไรก็ตามหากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาที่เกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เรายินดีรับการร้องเรียน และพร้อมตรวจสอบทุกโครงการ

“บางกรณี กปภ. ได้ดำเนินการทางวินัยสำหรับพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว บางกรณียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. สตง. และในชั้นศาล ยังไงผมต้องขอขอบคุณคุณวิลาศที่ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ ช่วยเป็นหูเป็นตา ตรวจสอบการทำงานของกปภ. ขณะนี้เราได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และจะไม่ปกป้องคนผิดเด็ดขาด ยืนยันจะรักษาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสูงสุด” ผู้ว่ากปภ. ระบุ

เมื่อถามว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เรียกเข้าไปพบ นายเสรี กล่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล แม้เหตุการณ์ต่างๆจะเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง แต้เมื่อเราเข้ามารับผิดชอบก็ต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน เพราะกปภ.ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สำคัญของประชาชน เราคงไม่กล้าทำในสิ่งที่ผิดเพี้ยนไปจากกฎหมาย จากนี้คงต้องขอเวลาในการทำงาน ขณะเดียวกันเราได้ตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตการประปาส่วนภูมิภาค(ศปท.กปภ.)ขึ้น จนขณะนี้มีข้อเรียนเข้ามาที่ศูนย์ฯ แต่ละวันประมาณ 30 เรื่อง และร้องเรียนมาโดยตรงอีกวันละประมาณ 10 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริการ ปัญหาน้ำขุ่น และเรื่องการทุจริต