"ผกก.ทุ่งสองห้อง" ไม่ยืนยัน "ธวัชชัย" ถูกฆาตรกรรมหรือไม่ ระบุรอผลนิติเวช เป็นเครื่องยืนยันความชัดเจน
พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก. สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกุล อายุ 66 ปี ผู้ต้องหาคดีออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยมิชอบหลายแปลงใน จ.ภูเก็ต และพังงา เสียชีวิตภายในห้องคุมขังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่า การสืบสวนสอบสวนของตำรวจเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามมาตรา 150 ทุกประการ มีการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ มีการรวบพยานหลักฐานทุกอย่าง ขณะนี้ได้ดำเนินการมากว่า 5 วันแล้ว ตั้งแต่วันเกิดเหตุ เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ยังไม่สามารถวินิจฉัยชี้ขาดได้ว่า เป็นการตายด้วยการฆ่าตัวตาย หรือมีคนทำให้ตาย ต้องอาศัยพยานหลักฐานอย่างอื่นๆ นำมาประกอบให้มากกว่านี้ เช่น เสื้อ ถุงเท้า ของนายธวัชชัย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจดีเอ็นเอ ของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนกรณีผู้เสียชีวิตตับแตก ต้องมีการขยายผลตรวจสอบอย่างระเอียด ว่า ตับแตกเกิดขึ้นช่วงไหน อย่างไร เบื้องต้นมีการสอบปากคำไปแล้ว 3 ปาก ส่วนรายอื่นๆอยู่ระหว่างทยอยให้ปากคำ
ส่วนการสอบพยานในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนผู้ทำหน้าที่ควบคุมตัว นายธวัชชัย ตั้งแต่วันแรก คือ นายสมมาตร นาควงศ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ควบคุมห้องขังวันเกิดเหตุ ซึ่งได้ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า นายธวัชชัย ใช้ถุงเท้าผูกคอตัวเองกับบานพับของประตู แต่กลับไปรายงานกับผู้บังคับบัญชาของดีเอสไอว่า ใช้เสื้อยืดผูกคอเสียชีวิต ซึ่งการให้การลักษณะนี้ ไม่ถือว่าเป็นพิรุจ เนื่องจาก นายสมมาตร อาจจะอยู่ระหว่างการตื่นตระหนก หรือหวาดกลัว จึงให้การสับสน เบื้องต้นดีเอสไอ. ได้นำตัว นายสมมาตร ไปเข้าเครื่องจับเท็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ส่งรายงานมาถึงพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังต้องสอบสวนหัวหน้าชุดคุมขัง ผู้คุมขังคนแรก และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกด้วย และวันนี้ ในเวลา 14.00 น. จะเชิญ นายชาญณรงค์ อนุกูล น้องชายของ นายธวัชชัย และทีมแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ มาสอบปากคำที่ สน.ทุ่งสองห้อง ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิด อยู่ระหว่างประสานขอภาพจากดีเอสไอ เบื้องต้นไม่มีกล้องวงจรปิดในห้องควบคุม เนื่องจากเป็นการรักษาสิทธิผู้ถูกควบคุม แต่เชื่อมั่นว่า หากรายงานการตรวจศพทราบผลอย่างเป็นทางการ และได้ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ จะทำให้คดีมีความชัดเจนมากขึ้น
สำหรับกรณีที่ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ออกมาโพสเฟสบุ๊คถึงสาเหตุการเสียชีวิต โดยระบุว่า มาจากการฆาตกรรมนั้น ส่วนตัวตนยังไม่เห็นข้อความของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง และมองว่าเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น ยืนยันไม่ทำให้การสืบสวนสอบสวนของตำรวจเกิดปัญหา หรือเป็นการชี้นำแต่อย่างใด ส่วนจะเรียกมาให้ข้อมูล หรือไม่ ต้องพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการสืบสวนสอบสวนของตำรวจไม่ได้ล่าช้า
ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร. กล่าวว่า คดีนี้ดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชน พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานตามที่สงสัยอย่างละเอียด เบื้องต้น ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ได้วางไทม์ไลน์ไว้หมดแล้ว ขอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อความรอบคอบ และจะเรียนให้สื่อมวลชน ได้รับทราบอีกครั้งหนึ่ง





