วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ป๋าเปรม'ชี้พูดถึงนายกฯ เพราะห่วงบ้านเมือง

“ป๋าเปรม” ระบุที่พูดถึง ”นายกฯ” เพราะห่วงบ้านเมือง ลั่นวางมือจากการเมืองมานานแล้ว และจะไม่ยุ่งกับการเมืองอีก

ที่บ้านแม่ทัพ เลขที่ 1885 ซ.สืบศิริ 32 ถ.สืบศิริ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เปิดบ้านให้ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา นำโดย พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ พล.ต.ต.ธเนศ สุนทรสุข รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เพื่อให้เข้าพบ และอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิด 26 สิงหาคม 2559 ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความแช่มชื่น โดย พล.อ.เปรมฯ ได้เดินทักทายทุกคนที่มาร่วมอวยพรวันเกิด ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้มอบกระเช้าของขวัญวันเกิดกันอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ได้กล่าวกับผู้ที่มาร่วมอวยพรวันเกิดว่า ในวันนี้ขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมอวยพรวันเกิด และดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง ซึ่งคงจะมีคนมาชี้แจงแล้วว่าทำไมเราต้องมาอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ ทุกคนเข้าใจแต่หลายคนก็ไม่ค่อยชอบใจ ซึ่งเรื่องของการไม่ชอบกับเรื่องของการทะเลาะกัน หลายคนแยกกันไม่ออก ถ้าเราไม่ชอบก็บอกกันว่าไม่ชอบแค่นั้น แต่ถ้าไม่ชอบแล้วนำมาเป็นเหตุผลในการทะเลาะกันนี่ มันเป็นเรื่องน่าคิด และน่าอับอายที่คนไทยด้วยกันพูดกันไม่ค่อยเข้าใจ ซึ่งเรื่องนี้เห็นจะต้องอาศัย พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ไปทำความเข้าใจให้กับประชาชนทั้งภาคอีสาน เพราะถ้าไม่ชอบกันแล้วทะเลาะกันจนคนไทยไม่สามารถมองหน้ากันได้ เช่นนี้เป็นเรื่องที่น่าหนักใจและน่าอับอายมาก

เมื่อวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปอวยพรที่บ้าน ตนก็พูดเช่นนี้ บอกให้นายกรัฐมนตรี พยายามทำให้คนไทยเข้าใจ ทำให้รู้ให้ได้ว่าอะไรคืออะไร ต้องทำให้สำเร็จ ถ้าวันนี้ยังทำไม่สำเร็จก็ต้องเดินหน้าทำต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ วันนี้อาจจะนอกเรื่องไปหน่อย แต่โปรดฟังว่าตนกำลังพูดถึงเรื่องของชาติบ้านเมือง ไม่ได้พูดถึงเรื่องการเมือง เพราะตนได้วางมือจากการเมืองไปนานแล้ว จะไม่เข้าไปยุ่งกับการเมืองอีกแล้ว แต่ที่พูดวันนี้เพราะรู้สึกเป็นห่วงบ้านเมืองของเรา ว่าเรากำลังต้องการความเข้าใจซึ่งกันและกัน ใครผิดก็ต้องว่าผิด ใครถูกก็ต้องว่าถูกแค่นั้น ก็ขอขอบใจแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่ปรารถนาดีมาอวยพรวันเกิด

อย่างไรก็ตาม ตนได้บอกกับนายกรัฐมนตรีว่า ตนแก่แล้ว อายุมากแล้ว คงจะช่วยอะไรได้ไม่มาก แต่ที่ทำได้คือช่วยบอกกับคนที่ตนพบ คนที่ตนได้เจรจาด้วย โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ให้เขาเข้าใจสถานการณ์ของบ้านเมืองไทยขณะนี้ ซึ่งเขานึกไม่ออกเพราะบ้านเมืองเขาไม่มีเหมือนบ้านเรา สุดท้ายขอให้ทุกคนมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อนำบ้านเมืองเราไปสู่ความสงบเรียบร้อย และมีความเข้าใจซึ่งกันและกันตลอดไป