ถกแผนแลนด์มาร์ค “เจ้าพระยา” ไร้เงา “สจล.-กทม.” ชี้แจงซัดไม่เห็นอยู่ในสายตา “ปริญญา” หวั่นประชาพิจารณ์เหลว เร่งเดินหน้าโครงการสนองรัฐ
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดประชุมเพื่อรับฟังรายละเอียดโครงการ “ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา” โดยมีนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายนริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายกิจกรรมและสังคม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช นางภารณี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระ และ นายสรเทพ โรจน์พจนรักษ์ ตัวแทนจากชุมชนวัดเทวราชกุญชรฝ่ายประชาสัมพันธ์ และนายประมาณ มุขตารี ตัวแทนชุมชนมัสยิดบางอ้อ นอกจากนี้ได้เชิญ ตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร(กทม.) และตัวแทนจากสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) มาให้ข้อมูล แต่ปรากฏว่าไม่มีตัวแทนจากสจล.และกทม. เข้าร่วม เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการตามคำเชิญ ทั้งที่มีการติดต่อไปยังทั้ง 2 องค์กรเพื่อให้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
นายปริญญา กล่าวว่า โครงการนี้ประชาชนต้องมีสิทธิรับทราบ เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนที่จะมาชมความงามบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณชุมชนริมแม่น้ำด้วย ซึ่งการพัฒนาแบบอนุรักษ์ต้นทุนโดยการรักษาไว้นั้น เป็นแนวทางที่สำคัญที่สุดและจะไม่มีใครทำในส่วนนี้ได้ดีกว่าชาวบ้านในชุมชนนั้นๆ ซึ่งสุดท้ายการทำประชาพิจารณ์ของสจล. จะเป็นเพียงกระบวนการเพื่อให้สามารถเดินหน้าดำเนินโครงการได้เท่านั้น แต่ไม่ได้มีการหาทางออกในเรื่องความต้องการของทุกคนอย่างแท้จริง ทั้งที่กระบวนการการมีส่วนร่วมเป็นรากฐานของประเทศที่ต้องการพัฒนาอย่างยั่งยืน แต่ถือว่าน่าเสียดายในฐานะสถาบันการศึกษาด้วยกัน เนื่องจากการพูดคุยเป็นพื้นฐานของการแก้ปัญหาทุกเรื่องอยู่แล้ว ซึ่งคำตอบที่ออกมาจากภาครัฐ ย่อมต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชนอยู่ดี
ด้านนายนริศ กล่าวว่า ในเรื่องการสร้างทางเรียบนั้น ประชาชนบริเวณโรงพยาบาลศิริราชรับทราบข้อมูลในส่วนนี้น้อยมาก ซึ่งปัจจุบันตนก็ไม่ทราบว่าจะมีวิธีการใด ทำให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงประชาชนได้ แต่เชื่อว่าโครงการนี้ยังต้องใช้เวลาในการศึกษา และรับฟังความเห็นจากประชาชนให้มากกว่านี้ แต่ที่ผ่านมาถือว่าอำนาจในการต่อรอง และสร้างความรับรู้ของพวกเราในขณะนี้นั้น ยังไม่มีพลังมากพอ และขาดการวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน หากสจล.คิดว่าเรามีความสำคัญมากพอ ก็คงจะเดินทางมาในวันนี้ ซึ่งหมายความว่า สจล.ไม่ได้เห็นพวกเราอยู่ในสายตา
ขณะที่นางภารณี กล่าวว่า แบบแปลนที่นำไปให้ชาวบ้านแต่ละชุมชนดู และแบบแปลนที่นำเสนอต่อสังคมนั้นเป็นคนละชุดกัน เนื่องจากทางบริษัท a7 ที่เป็นบริษัทออกแบบแปลนที่เสนอต่อสังคมนั้น เป็นผู้ทำหน้าที่เข้าไปชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่ภาครัฐ รวมถึงผู้ประกอบการต่างๆ โดยเป็นคนละส่วนกับทีมงานที่ลงไปพุดคุยกับชาวบ้าน และทางสจล.เองก็ไม่ได้มีการชี้แจงในส่วนนี้ให้ประชาชนทราบว่า ทีมงานใดเป็นผู้รับผิดชอบแบบแปลนดังกล่าวอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้การประชุมระหว่างกทม.และกระทรวงมหาดไทยวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา มีการให้ข้อมูลมีการกำหนดร่างหลักเณฑ์วิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือ แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ทั้งที่ไม่มีการรับฟังความเห็นจากประชาชน จึงเกิดเป็นข้อสงสัยว่าในส่วนนี้ได้มีการจัดทำข้อมูลดังกล่าวไว้ล่วงหน้าหรือไม่
นายสรเทพ กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับแบบงานก่อสร้าง ช่วงชุมชนวัดเทวราชกุญชรที่มีการนำเสนอ ในเวทีสัมนา TUDA 2016 เรื่อง “City on the move ขับเคลื่อนเชื่อมต่อ” เมื่อวานนี้(30 ส.ค.) ที่สยามพารากอน ที่ได้เชิญตัวแทนจากสจล.มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องแบบงานก่อสร้างโครงการ ที่กำลังจะแล้วเสร็จภายในเดือนก.ย. แต่พบว่าแบบก่อสร้างโครงการที่ทางทีมงานของสจล.ที่ลงพื้นที่ชุมชนวัดเทวราชกุญชร และได้หารือเกี่ยวกับแบบก่อสร้างที่ชุมชนต้องการแตกต่างอย่างสิ้นเชิง โดยแบบที่ทางทีมงาน สจล.ได้ตกลงกับทางชุมชน คือ จะไม่มีทางคอนกรีตเลียบเจ้าพระยา บริเวณชุมชนใดๆ ทั้งสิ้น โดยแบบเดิมที่ออกแบบร่วมกัน จะเน้นการปรับภูมิทัศน์ภายในพื้นที่ชุมชน และปรับปรุงทางเดินเชื่อมต่อภายในชุมชน เพื่อเป็นทางเดินและทางจักรยานอย่างเดียว
“ทางชุมชนและทางเจ้าหน้าที่ของสจล. เห็นร่วมกันว่าไม่จำเป็นต้องมีทางเดินเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่แบบที่ทางตัวแทนสจล.ได้เสนอในเวทีสัมนานั้น กลับเป็นแบบก่อสร้างทางเลียบเจ้าพระยาอย่างเดียว โดยไม่มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายใน จึงรู้สึกว่ากทม.หลอกประชาชนไปวันๆ และเชื่อว่าจะมีชุมชนในเส้นทางโครงการ ที่จะเผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกับที่ชุมชนวัดเทวราชกุญชรเผชิญ” นายสรเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมตัวแทนชาวชุมชนมัสยิดบางอ้อ ได้ระบุว่า แบบแปลนที่รับทราบในเวทีสัมนานั้น แตกต่างจากแบบที่ทางเจ้าหน้าที่สจล.ได้หารือร่วมกับชาวชุมชน โดยแบบที่ชาวชุมชนและเจ้าหน้าที่ผู้ลงพื้นที่นั้น เป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ภายในชุมชน และมีการปรับปรุงทางเดินเชื่อมต่อภายในชุมชนเช่นเดียวกัน ขณะที่แบบที่นำเสนอในเวทีงานสัมนา เป็นทางคอนกรีตเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เช่นเดียวกับที่ชุมชนวัดเวราชกุญชร อย่างไรก็ตาม ทางชุมชนจะเดินหน้าคัดค้านเพื่อขอให้ชะลอโครงการนี้ต่อไป ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีมติขอชะลอโครงการดังกล่าว โดยยึดเอาชุมชนวัดเทวราชกุญชรเป็นโมเดลในการต่อสู้ เนื่องจากชาวบ้านในชุมชนวัดเทวราชฯ รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เนื่องจากแบบที่นำเสนอต่อชาวชุมชน กับแบบที่นำเสนอต่อสังคมนั้นเป็นคนละชุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (1ก.ย.) เวลา 10.00 น. นายแพทย์พีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัดกทม. ร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และประชุมคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล





