"บิ๊กต๊อก"พร้อมใช้ ม.44 ปรับชั้นยาบ้าเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 หากสธ.มีระบบควบคุมพร้อมประกาศให้ทันที ชูให้ อย.ผลิตยาโมดาฟินิล-อาร์โมดาฟินิล
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดประชุมบูรณาการควบคุม (เมท) แอมเฟตามีนอย่างสร้างสรรค์และนวัตกรรมยุติธรรมตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ว่า คนในสังคมเชื่อข้อมูลทางการแพทย์ ครั้งหนึ่งแพทย์เคยบอกว่า ยาม้าเป็นยาเสพติดประเภท 1 จึงแก้กฎหมายเปลี่ยนยาม้าเป็นยาบ้าทันที ตอนนี้มุมมองในสังคมเปลี่ยนแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะยอมรับหรือจะตะแบงไปเรื่อยๆ วันนี้ตนประกาศชัดเจนว่าต้องปรับระบบ ถ้ากระทรวงสาธารณสุขมั่นใจในระบบการควบคุมก็เสนอขึ้นมา ตนพร้อมจะใช้ม.44 ปรับยาบ้าเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 เพื่อใช้บำบัดรักษาในทางสาธารณสุขได้ภายใน 1 สัปดาห์หรือ 1 เดือน แต่ถ้ากระทรวงสาธารณสุขยังไม่พร้อมก็ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการแก้กฎหมายปกติ เช่นเดียวกับข้อเสนอที่ต้องการให้ยกเลิกสินบนนำจับยาเสพติดก็สามารถทำได้ทันทีเช่นกัน
“หากคงยาบ้าไว้เป็นประเภทที่ 1 จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนอะไรได้เลย การปราบปรามนั้น กลุ่มประเทศอาเซียนต้องมุ่งมั่นทำลายแหล่งผลิตในสามเหลี่ยมทองคำ ไม่ใช่ไล่ยิงกบาลคน 2,500 ศพ ประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่จะคัดแยกชัดระหว่างผู้เสพ คนเสพด้วยค้าด้วย พวกที่ค้าอย่างเดียว หรือเกิดมาเพื่อค้าต้องติดคุก ไม่มีทางรอดจากโทษประหารชีวิตไม่มีลดโทษ วิธีการคัดกรองคือประเด็นที่ท้าทาย โดยเฉพาะข้อกังวลใจและความไม่มั่นใจในตัวเจ้าหน้าที่รัฐว่าในชั้นจับกุมเมื่อเจอผู้ค้าแล้วลงประวัติเป็นผู้เสพ หากทำให้สังคมมั่นใจในระบบการควบคุมการใช้ยา คนขายยาเสพติดต้องติดคุก ก็มีความเป็นไปได้ที่แอมเฟตามีนจะเหลือเม็ดละ 5-10 บาท เพื่อทำลายตลาดการค้า สำหรับกระท่อมกัญชา และกัญชงอยู่ระหว่างการศึกษา เพื่อปรับพ้นจากบัญชียาเสพติด ซึ่งพืชเสพติดดังกล่าวสามรรถใช้เป็นยาสมุนไรพื้นบ้านได้ ”พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. (ป.ป.ส.) ระบุว่า คนไทยเกือบ 2 ล้านคน มีความต้องการใช้ยาบ้าสูงถึงปีละ 3000-4000 ล้านเม็ด โดยแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้านมีกำลังผลิตไม่ต่ำกว่าปีละ 1,000 ล้านเม็ด ผลิตแล้วลักลอบนำเข้าประเทศไทยปีละ 500 ล้านเม็ด ถูกจับกุมได้ 100 ล้านเม็ด หรือ 20% เมื่อประมาณการตัวเลขผู้เสพในประเทศมีมากถึง 2 ล้านคน โดยสถิติจากกรมราชทัณฑ์ในเดือนพ.ค.59 มีนักโทษติดคุก 230,000 กรมคุมประพฤติตั้งเป้าดูแลผู้เสพให้ได้ 600,000 คน รวมแล้วไม่เกิน 1 ล้านคน จึงเป็นคำถามว่าผู้เสพที่เหลืออีก 1 ล้านคนจะทำอย่างไร
ขณะที่ผลการศึกษาในทางการแพทย์และสาธารณสุขระบุว่า สารกระตุ้นในกลุ่มแอมเฟตามีนคล้ายอะดรีนาลีนสามารถสร้างความรู้สึกมีพลัง มีความมั่นใจ และตื่นตัว ซึ่งในสถานการณ์การต่อสู้ทางการทหารในต่างประเทศ มีการใช้ยาโมดาฟินิลและอาร์โมดาฟินิล เป็นตัวเลือกแทนแอมเฟตามีน ในไทยการพิจารณาให้กระทรวงสาธารณสุขโดยองค์การเภสัชกรรมผลิตยาดังกล่าว ซึ่งโมดาฟินิล และอาร์โมดาฟินิลไม่ใช่ยาเสพติด ไม่เป็นพิษการเสพทำได้โดยการกิน ไม่สามารถสูด สูบ หรือฉีด จึงสามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการลดอันตราย (Harm Reduction) แทนสารกระตุ้นในกลุ่มแอมเฟตามีนจากตลาดยาบ้า นอกจากนี้ยังเป็นยาที่มีราคาถูก ในอินเดียสั่งซื้อผ่านอินเตอร์เน็ตได้ในราคาเม็ดละ 1 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ยาบ้าในตลาดมืดราคาเม็ดละ 200 บาท หากภาครัฐเป็นผู้ผลิตแล้ว ไม่เพียงจะเป็นการทำลายผลกำไรขององค์กรอาชญากรมยังสามารถลดการแพร่ระบาดของแอมเฟตามีนได้ ซึ่งในประเทศต่างๆทั่วโลกไม่ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของแอมเฟตามีนเลย
ทั้งนี้ ข้อมูลทางการแพทย์ยังเสนอให้ออกแบบการดูแลการใช้แอมเฟตามีน เช่น ดื่มน้ำและทานอาหารให้เพียงพอก่อนใช้ยา ไม่ใช้ยาในช่วงกลางคืน ไม่ใช้ยาร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์หรือยากล่อมประสาทอื่น และไม่ใช่แอมเฟตรมีนเกินสัปดาห์ละ 3 ครั้ง





