วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'หมอเลี๊ยบ'ลุ้น ศาลตัดสินคดีแปลงสัญญาไทยคม

"หมอเลี๊ยบ" เผย พร้อมฟังคำตัดสินศาลฎีกานักการเมือง คดี ป.ป.ช. แปลงสัญญาไทยคมเอื้อเครือชินคอร์ปฯ พรุ่งนี้

นพ.สุรพงษ์ หรือ หมอเลี๊ยบ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร จำเลยคดีถูกกล่าวหาแก้ไขสัญญาสัมปทานเอื้อประโยชน์ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความพร้อมที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีในวันพรุ่งนี้ ( 25 ส.ค.) เวลา 10.30 น. ว่า วันพรุ่งนี้ ตนจะเดินทางไปฟังคำพิพากษาอย่างแน่นอน โดยไม่ได้มีการยื่นขอเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาแต่อย่างใด ส่วนเรื่องที่มีความวิตกกังวลใจหรือไม่นั้น ตนขอไม่พูดในเรื่องนี้

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับจำเลยร่วม อีก 2 คนหรือไม่ นพ. สุรพงษ์ กล่าวว่า เท่าที่คุยกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีเหตุติดขัดอะไร และเชื่อว่าจะเดินทางมาฟังคำพิพากษาตามกำหนดนัด

ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า คดีนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูล6ต่อ2เสียง เมื่อวันที่17ก.ค.56ว่า การกระทำของ นพ.สุรพงษ์ ,นายไกรสร พรสุธี อดีตปลัดกระทรวงไอซีที สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และนายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ และอดีตปลัดกระทรวงไอซีที ยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้อนุมัติให้แก้ไขสัญญาสัมปทานดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารในประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีการดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศตามสัญญา ลงวันที่ 11 ก.ย.34 ระหว่างกระทรวงคมนาคม กับบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอน คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ที่มีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นกรรมการผู้มีอำนาจในขณะนั้น ปัจจุบันเป็น บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดังกล่าวมีมูลความผิดทางอาญา

โดย ป.ป.ช. ได้ยื่นฟ้อง ทั้งสามคนต่อศาลฎีกาฯ ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ขณะเกิดเหตุ นพ.สุรพงษ์ จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่ง รมว.ไอซีที,นายไกรสร จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงไอซีที และนายไชยยันต์ จำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งอดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่กำกับ ดูแล ตรวจสอบและควบคุมคู่สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารในประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีการดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศตามสัญญา ลงวันที่ 11 ก.ย.34 ระหว่างกระทรวงคมนาคม กับบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอน คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นกรรมการผู้มีอำนาจในขณะนั้น ปัจจุบันเป็น บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ต่อมาวันที่18ต.ค.47นพ.สุรพงษ์ จำเลยที่1อนุมัติให้แก้สัญญาตามที่นายไกรสร ปลัดกระทรวงเสนอ และมีการลงนามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่5เมื่อวันที่27ต.ค.47โดยไม่เสนอ ครม.ที่มีนายทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นให้ความเห็นชอบ ทั้งที่จำเลยทราบแล้วว่าอัยการสูงสุดมีข้อสังเกตว่าเดิมโครงการ ได้รับอนุมัติจาก ครม.เป็นโครงการของประเทศ ควรที่ ก.ไอซีที ต้องนำเสนอ ครม.พิจารณา การกระทำของจำเลยทั้งสาม ที่มีหน้าที่ดูแลรักษาผลประโยชน์รัฐ จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายกับ สำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ ก.ไอซีที เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้รับสัมปทานจากรัฐ

ซึ่งศาลฎีกาฯ รับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อม.66/2558ขณะที่ นพ.สุรพงษ์ หรือหมอเลี๊ยบ , นายไกรสร ,นายไชยยันต์ จำเลยทั้งสามได้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี คนละ 10 ล้านบาท โดยทั้งสามให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

ขณะที่ นพ.สุรพงษ์ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4ส.ค.59ได้ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อม.39/2558ที่ ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง นพ.สุรพงษ์ ว่า ปี พ.ศ.2551 ขณะดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง ในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ได้กระทำการแทรกแซงเสนอชื่อ3อดีตผู้บริหาร ธ.ทหารไทย–กรุงไทย เป็น กก.คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และมีผลประโยชน์ทับซ้อน ศาลจึงให้จำคุก1ปีและปรับ20,000 บาท ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ แต่โทษจำคุกดังกล่าว ศาลฎีกาฯให้รอลงอาญา1ปี เนื่องจากเห็นว่า นพ.สุรพงษ์ ไม่เคยต้องโทษมาก่อน ประกอบกับต่อมามีการยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกฯ และบอร์ด ธปท.ที่ได้รับการแต่งตั้งดังกล่าว จึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก