นักวิชาการรัฐศาสตร์ มธ.แนะรัฐปฎิรูประบบราชการไทย หวั่นขาดคนระดับปฎิบัติการ
ศ.ดร.อัมพร ธำรงลักษณ์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารรัฐกิจประจำคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)เปิดเผยว่าจากการศึกษาแผนการปฏิรูประบบราชการไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พบว่าปัญหาการบริหารองค์การภาครัฐ เรื่องแรกๆ นั้นเป็นเรื่องนโยบายภาครัฐที่ต้องการลดขนาดจำนวนผู้ทำงานลงในห้วงเวลาตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา อาทิ ตำแหน่งที่ใช้คุณวุฒิ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี ในการทำงานระดับปฏิบัติการมีจำนวนน้อยลง แต่กลับเพิ่มตำแหน่งที่ใช้คุณวุฒิปริญญาโทและปริญญาเอกมากขึ้น ซึ่งถือเป็นระดับหัวหน้างาน จึงส่งผลให้ระบบงานดังกล่าวขาดผู้ปฏิบัติงานในระดับต้น อีกทั้งยังผลให้คนทำงานในองค์การภาครัฐขาดการเรียนรู้ในการทำงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นจนเกิดช่องว่างระหว่างวัยที่ห่างกันสูง นอกจากนั้นตำแหน่งงานที่ใช้คุณวุฒิ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี แม้จะมีเงินเดือนโดยเฉลี่ยที่สูงขึ้น แต่ลักษณะงานกลับไม่ท้าทายความสามารถ อีกทั้งยังมีกฎระเบียบข้อบังคับจำนวนมากและผู้ปฏิบัติงานไม่ได้รับบรรจุเป็นพนักงานราชการ จึงเป็นผลให้คนรุ่นใหม่มีอายุการทำงานสั้น และไม่อยากเข้าทำงานในองค์การภาครัฐ
“ภาครัฐควรปรับรูปแบบการบริหารองค์การ เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคลากรที่มีคุณภาพ มีสมรรถนะสูง และเท่าทันต่อโลกาภิวัตน์ 3 ข้อดังนี้1.ปรับระบบโครงสร้างองค์กรต้องมีขนาดที่ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไปตามลักษณะงาน มีการจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสม และเลือกวางคนให้ถูกเหมาะกับตำแหน่งงาน2.เร่งสร้างคุณภาพคนหัวหน้างานจะต้องเตรียมแผนการบริหารจัดการความรู้หรือแผนการสอนงานที่มีประสิทธิภาพมารองรับความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้การทำงานขององค์กรโดยรวมสามารถดำเนินงานต่อไปได้ และ3.รักษาคนที่มีศักยภาพจากค่านิยมของคนทำงานรุ่นใหม่ ที่มักมีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ค่อนข้างเร็ว มีเป้าหมายในเส้นทางอาชีพชัดเจนและอยากเติบโตในสายงานอย่างรวดเร็ว ตลอดจนอยากใช้ชีวิตอย่างอิสระ มีความยืดหยุ่นและไม่อยากทำงานที่องค์กรเดิมไปจนเกษียณ ทั้งนี้ ผู้บริหารองค์กรภาครัฐ จึงควรสร้างวัฒนธรรม ความเชื่อพื้นฐาน และเป้าหมายองค์กรร่วมกัน เพื่อเป็นการรักษาคนให้อยู่กับองค์กรได้นานมากที่สุด”ศ.ดร.อัมพร กล่าว
อย่างไรก็ดี เพื่อให้การบริการสาธารณะของรัฐดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง สิ่งที่จะต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือ การวางแผนกำลังคนภาครัฐให้สองคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและเติบโต ทั้งในแง่เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมไปถึงยุทธศาสตร์ของชาติ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนี้จะสามารถดำเนินการได้ด้วยฐานกำลังคนของภาครัฐที่ครบถ้วน ถูกต้องและสมบูรณ์ทั้งระบบที่สามารถนำมาใช้ในการกำหนดถึงความจำเป็นของบุคลากรที่ต้องการตามความจำเป็นของงานในแต่ละสายอาชีพในปัจจุบันและในอนาคตทั้งนี้ จากสถิติกำลังคนภาครัฐ ประจำปี 2557พบว่า จำนวนข้าราชการพลเรือนสามัญมีจำนวนกว่า 367,000 คน ปฏิบัติงานในกระทรวง กรมต่างๆ จำนวน 149 ส่วนราชการ มีการศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอกอยู่ที่ร้อยละ61.5712.98 และ 2.25 ตามลำดับ (ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน)





