วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มติกกต.สั่งสนง.ศึกษารูปแบบทำงานเป็นบอร์ด

“สมชัย” เผยกกต. มีมติสั่งสนง.ศึกษารูปแบบทำงานเป็นบอร์ด รับรธน.ใหม่ แก้ต่างวันเลือกตั้ง 10 ธ.ค.60 แค่ความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่มติกกต.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่เคยออกมาระบุว่า การเลือกตั้งส.ส. น่าจะตรงกับวันที่ 10 ธ.ค.2560ว่า เป็นความเห็นส่วนตัว ที่ตนพิจารณาจากขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ที่จะไปอยู่ในช่วงนั้นพอดี ไม่เคยพูดว่าเป็นมติกกต. ซึ่งตนก็ได้เห็นข่าวที่ประธานกกต. ชี้แจงต่อสื่อฯแล้ว และในการประชุมกกต.เมื่อวาน (18ส.ค.) ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม

นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ตนได้เสนอแนวคิดต่อที่ประชุมให้พิจารณาปรับรูปแบบการทำงานของกกต. จากเดิมแต่ละคนรับผิดชอบเป็นด้านกิจการ มาเป็นการทำงานในรูปแบบบอร์ด เนื่องจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดให้มีกกต.รวม 7 คน และให้ทำงานร่วมกันเป็นคณะกรรมการไม่แยกด้าน โดยมีข้อดีจะเกิดความรับผิดชอบร่วมกัน กรรมการทุกคนรู้ทุกเรื่อง ขณะที่ข้อเสีย คือการทำงานรูปคณะกรรมการเป็นวิธีทำงานแบบใหม่ที่กกต.ไม่คุ้นชินกับการทำงานลักษณะนี้ เนื่องจากนับแต่ก่อตั้งกกต.มารวม 18 ปี กกต.ทำงานแบบแยกด้านรับผิดชอบมาตลอด การแยกด้านจะทำให้เกิดความสนใจและเข้าใจการทำงานแต่ละเรื่องแบบลึกซึ้ง

“ที่ประชุมจึงมีมติให้สำนักงานไปดำเนินการศึกษารูปแบบการทำงานแบบคณะกรรมการว่า ถ้าจะมีการทำงานในลักษณะดังกล่าวจะเป็นอย่างไร ระบบประชุม การเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมจะมีการดำเนินการอย่างไร โดยให้เสนอผลการศึกษาต่อที่ประชุมก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ หากกกต.เห็นว่ารูปแบบดังกล่าวเหมาะสม ก็จะนำมาทดลองใช้เพื่อเตรียมรับกับการที่รัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับใช้ที่คาดว่าจะเป็นเดือนพ.ย.นี้”นายสมชัย กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อทดลองใช้ไป 6 เดือนก็จะมีการประเมิน ถ้าเป็นผลดีก็จะใช้รูปแบบดังกล่าวกับกกต.อีก 2 คนที่จะเข้ามาตามรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ถ้าไม่ดีก็จะกลับไปทำงานในแบบการแบ่งด้านกิจการรับผิดชอบเช่นเดิม และมีการแบ่งส่วนงานใหม่เป็น 7 ด้าน เพื่อรองรับกกต.ที่จะมีรวม 7 คน แต่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มรองเลขาเป็น 7 คน 

นายสมชัย ยังกล่าวอีกว่า ในการประชุมกกต.ยังได้มีการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงแล้ว แทนผู้บริหารกกต.ที่จะเกียษณอายุในวันที่ 30 ก.ย.นี้ บางส่วน แต่การพิจารณายังไม่เสร็จ ทั้งในส่วนตำแหน่งผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักต่างๆ ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ โดยจะมีการพิจารณาต่อในการประชุมครั้งหน้า แต่ในส่วนของตำแหน่งรองเลขาธิการกกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ที่นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ จะพ้นจากตำแหน่งนั้น ตนเห็นว่าพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกกต. เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งดังกล่าว แม้ว่าพ.ต.อ.จรุงวิทย์ จะลงสมัครเลขาธิการกกต.ก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นเรื่องของอนาคต ถ้ามาเป็นเลขาฯกกต.ก็ตั้งคนอื่นมาเป็นรองเลขาฯแทน