โยกใหญ่สิงห์บิ๊กมหาดไทย"ประทีป"ผงาดอธิบดีที่ดิน 2 พ่อเมือง "เพชร-ตรัง" ร่วงเข้ากรุ ลุ้นฉากจบฤดูกาล 24 ผู้ว่าฯ- 3 ผู้ตรวจฯ มือใหม่ปลายก.ย.นี้
เมื่อ “กฤษฎา บุญราช” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เอยวาจาไว้ก่อนการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายในรอบนี้จำนวน 19 ราย ยืดต่ออายุราชการให้กับอีก 2 อธิบดี ด้วยถ้อยคำชัดเจน ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในปีนี้ เพื่อมาขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินต่อจากนี้ ผมไม่หนักใจ เพราะปรับตัว ปรับใจ ปรับกายได้กันทั้งหมดแล้ว เราจะใช้หลักคนดีมาก่อน แล้วต้องมีความสามารถ ผนวกกับมีความอาวุโส ปีที่ผ่านมาการดำเนินงานถือว่า ประสบความสำเร็จพอสมควร
ความเป็นจริงกระทรวงมหาดไทยมีฤดูกาลโยกย้ายที่เป็นประเพณีปฏิบัติ 2 รอบ คือ ฤดูกาลเล็กช่วงเมษายน ส่วนฤดูกาลใหญ่เป็นช่วงเดือนกันยายนที่มีบิ๊กข้าราชการเกษียณราชการเป็นจำนวนมาก หากเป็นเวลาอื่นที่ไม่อยู่ในช่วงดังกล่าว มักเรียกขานกันว่า ”ย้ายนอกฤดูกาล” ถือเป็นปัจจัยแทรกไฟล์บังคับที่จะใช้กัน
ขณะทีตัวเลขรวมของผู้ที่เกษียณในสิ้นเดือนกันยายนปี 2559 เบ็ดเสร็จ ยอดรวม เป็นเก้าอี้อธิบดีกรมที่ดิน 1 ราย ผู้ว่าราชการจังหวัด 21 ราย ผู้ตรวจราชการ 7 ราย รวมผู้บริหารระดับสูงในระดับซี 10 เคาะตัวเลขรวมเบ็ดเสร็จจำนวน 29 ราย ดังนั้นบัญชีรายชื่อที่ดันคลอดออกมาคงยังไม่ปิดฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ของกระทรวงมหาดไทยลงเลยที่เดียว แต่เป็นแค่หนังม้วนแรกของฤดูเท่านั้น
ในส่วนที่เหลือรอบต่อไปการแต่งตั้งให้นั่งเก้าอี้เป็น “ผู้ว่าฯ-ผู้ตรวจฯ” มือใหม่ที่เหลือตามโรดแมป กฎหมายของ ก.พ.ที่กำหนดกรอบขีดเส้นเอาไว้ต้องแล้วเสร็จในระยะเวลา 45 วัน สรุปง่ายๆประมาณปลายเดือนกันยายน ก็จะกำเนิดเหล่าสิงห์พันธ์ใหม่ได้ลุ้นกันอีกรอบหนึ่งกันล่ะ
หากย้อนไปดูตัวเลข 19 เก้าอี้ “เกรดเอ” ปฏิเสธไม่พ้นอธิบดีกรมที่ดินที่ “ประทีป กีรติเรขา” รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ถือเป็น “สิงห์ทอง” เหลืออายุราชการเกษียณในปี 2561 น้องรัก “กฤษฎา บุญราช” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ค่ายสิงห์ทองเฉกเช่นเดียวกัน ในฐานะที่กำกับดูแลงานด้านความมั่นคง หัวหน้ากลุ่มงานคลัชเตอร์ได้เป็นตัวหลักเข้าไปดูแลกรมที่ดินอย่างเต็มตัวแทน “อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์” เป็นสิงห์ดำ ที่ต้องโบกมือลาไปตามอายุราชการ ถือเป็นหน่วยงานหลักต้นๆที่ต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาที่ดินในยุคที่สีเขียวเข้มเริ่มเบิกบานปฏิรูปหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการเข้าไปตามล้างตามเช็ดการบุกรุกที่ป่าที่ดินของรัฐแล้วนำกลับคืนมาเป็นแผ่นดินทรัพย์สินของหลวง ย่อมเป็นหนทางที่ต้องพิสูจน์ฝีไม้ลายมือกัน แล้วต้องสละเก้าอี้ให้ “ประยูร รัตนเสนีย์” ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็น “สิงห์ดำ”เกษียณราชการปี 2565 เข้ามานั่งเป็นรองปลัดแทน
ขณะที่จังหวัดใหญ่ๆที่เป็น “เกรดเอ” ที่เกษียณราชการลง 3 พื้นที่ 3 จังหวัดหนนี้รอบนี้ 3 สิงห์แดงเข้าดูแลเพิ่มเติม หลัง 1 ตุลานี้ ย่อมแน่นอนว่า “สมุทรปราการ-ชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด” ล้วนเป็นพื้นที่เรดโซน “ชาวสิงห์แดง” ครันโผไม่พลิกพื้นที่สมุทรปราการ “ชาติชาย อุทัยพันธ์” ผวจ.นครปฐม เป็น “สิงห์แดง” ได้รับบำเหน็จรางวัลที่จะย้ายสลับเข้ามานั่งแทนที่ เห็นได้ชัดเจนพื้นที่ดังกล่าวล้วนเป็นทำเลทองมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก และจังหวัดชลบุรี ดินแดนท่องเที่ยว หาดสวรรค์ “ภัครธรณ์ เทียนไชย” ได้คว้าไปครองตามคาด ไม่เว้นพื้นที่ติดต่ออาณานิคมอุตสาหกรรมผสมท่องเที่ยว “ระยอง” ก็ตกเป็นของ “สุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ” ผวจ.อุตรดิตถ์ที่ต้องสละทิ้งกลิ่นทุเรียนหลินหลง ผนึกชาวสิงห์แดงรวมกันมาดูแลย่านภาคตะวันออกแบบ...ยกทีม
ที่สำคัญผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งอธิบดี 2 ราย “มณฑล สุดประเสริฐ” อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และ “ฉัตรชัย พรหมเลิศ” อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เนื่องจากปฏิบัติราชการครบ 4 ปี แล้วได้มีการต่ออายุราชการเพิ่มเรียบร้อยอีก 1 ปี ย่อมเป็นหลักประกันผลงานฝีไม้ลายมือที่สะสมมาตลอดการครองเก้าอี้
สิ่งที่ตกที่นั่งวิบากกรรมในบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายรอบนี้มีเพียง 2 ราย “สนิท ขาวสอาด” ผวจ.เพชรบุรี ทีมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยหรือ “มท.1” เสนาบดีใหญ่เป็นคนบ้านแหลม แต่เก่าก่อน และ “เดชรัฐ สิมศิริ” ผวจ.ตรัง เสียงพรายกระซิบแววว่า 2 สิงห์มีปัญหการบริหารราชการไม่บรรลุตามเป้าประสงค์ ติดขัดเข้าข่ายแสวงหาผลประโยชน์ จึงตกที่นั่งลำบากต้องเข้ามานั่งในตำแหน่งที่หลายฝ่ายเรียกกันว่า เข้ากรุ นั่งตบยุงรอบนี้ในที่สุด
วินาทียังไม่สิ้นลุ้นฤดูกาลใหญ่ปิดไปเพียงบางฉากไปแล้ว แม้ยังไม่หมดครบทุกพื้นที่ ยังคงเหลือบางรายที่น่าสนใจ โอกาสหน้าไม่ช้าปลายกันยายนฝนยังไม่จางหาย ได้รอลุ้นในเก้าอี้ของเหล่าชาวสิงห์คลองหลอด ในส่วนที่เหลือเป็นเก้าอี้ผู้ว่าฯ 24 ราย และผู้ตรวจฯ 3 ราย ที่เขาเพื่อเปิดช่องทางปล่อยโอกาสให้เหล่านักบริหารชั้นต้นในตำแหน่ง “รองอธิบดีฯ-รองผู้ว่าฯ” ประมาณ 150 ราย ได้สมัครเข้ารับการคัดเลือก ให้เหล่าบรรดากรรมการได้สรรหาตัดสินตามกติกาหลักเกณฑ์ได้เดินทางเข้าสู่หลักชัยเป็น “บิ๊กสิงห์” ตัวจริงกันอีกครั้ง





