วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไขปริศนา2ซาก 'วาฬบรูด้า' ที่บางแสน

ฤาวิกฤตกำลังเกิดกับสัตว์สงวนลำดับที่ 16 ของไทย..ไขปริศนา2ซาก "วาฬบรูด้า" ที่บางแสน

การพบซาก วาฬบรูด้า จำนวน 2 ซาก บริเวณชายฝั่งหาดบางแสน ในเวลาไล่เลี่ยกันช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นทั้งความประหลาดใจ และคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับวาฬทั้ง 2 ตัวนี้ หรือนี่คือวิกฤตที่กำลังเกิดกับสัตว์สงวนลำดับที่ 16 ของไทยหรือไม่

ทีมงานได้ทำการถ่ายรูปครีบซากไปเปรียบเทียบกับข้อมูล database ตอนนี้ก็ยังรออยู่ว่ามันเป็นตัวไหนกันแน่

ขณะที่ น.สพ.ภุมเมศ ชุ่มชาติ นายสัตวแพทย์ประจำกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่า นี่ถือเป็นภารกิจการชันสูตรซากแบบสุดวิสัยอีกครั้งของทีมชันสูตรจากกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก หรือ ศวทอ. ที่ร่วมกับ กลุ่มวาฬไทย ทีมศึกษาและวิจัยวาฬเพื่อการอนุรักษ์ ในการตรวจสอบซากวาฬที่ลอยมาติดแปลงหอยนางรม ห่างจากชายฝั่งอ่างศิลาราว 2 กิโลเมตร ซากนี้เป็นวาฬตัวที่ 2 ที่พบในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

โดยวันที่ 10 สิงหาคม 2559 มีการพบซากวาฬบรูด้ากลุ่มมีซี่กรองในการหากิน เพศเมีย อายุ 1 ปี ความยาว 6.7 เมตรลอยอยู่กลางทะเลบางแสน ต่อมาวันที่ 13 สิงหาคม 2559 จึงได้มีการพบซากวาฬบรูด้ากลุ่มมีซี่กรองในการหากิน เพศผู้ อายุราว 1 ปีเศษ ความยาว 9.45 เมตรตัวนี้

ส่วนวาฬทั้ง 2 ตัวอยู่ในสภาพเน่ามากเนื่องจากตายมาแล้วกว่า 1 สัปดาห์ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบสภาพความผิดปกติได้ ทีมงานจึงได้เก็บตัวอย่างผิวหนังเพื่อตรวจสอบพันธุกรรม และไขมันเพื่อตรวจหาสารโลหะหนักต่อไป

ทั้งนี้ ความตายของวาฬบรูด้า 2 ตัวล่าสุดที่เกิดขึ้น ทำให้ปีนี้ทะเลไทยเสียวาฬไปแล้วถึง 8 ตัวซึ่งอัตราเสียชีวิตปกติจะอยู่ที่ 3 ถึง 4 ตัวเท่านั้น

น.สพ.ภุมเมศ ย้ำว่า "จริงๆ มันควรที่จะมีอัตราการตาย และอัตราการทดแทนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิน 5 เปอร์เซ็นต์แปลว่าวิกฤตแล้ว"

อย่างไรก็ตาม วาฬบรูด้าในฐานข้อมูลของกรมทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งมีอยู่ราว 50 ตัว การตายของวาฬทั้ง 8 ตัวจึงกลายเป็นคำถามทันทีว่า เกิดอะไรขึ้นกับสัตว์สงวนลำดับที่ 16 ที่เพิ่งได้รับการรับรองไปเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว

ทีมทำงานยอมรับว่า เรื่องนี้ถือเป็นโจทย์ที่ยาก เพราะสภาพซากส่วนใหญ่ซากที่พบก็อยู่ในสภาพเน่าแล้วทั้งนั้น น.สพ.ภุมเมศ ระบุว่าพื้นที่ที่วาฬ และโลมาจะเข้าไปอยู่ก็ต้องเป็นแหล่งอาหารสำหรับเขาที่เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ หรือการกินขยะเอง การป่วยจากการติดเชื้อ ก็เป็นไปได้หมด

"ถึงสังคมไทยจะรู้จักวาฬบรูด้า แต่ข้อมูลเกี่ยวกับพ่อใหญ่แห่งท้องทะเลยังถือว่ามีน้อย อีกทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับวาฬระหว่างหน่วยงานก็กลายเป็นปัญหาสำคัญ ทำให้เรายังไม่สามารถระบุถึงพฤติกรรมที่ชัดเจน เพื่อวางแนวทางอนุรักษ์ได้อย่างเต็มที่ได้ ซากวาฬจึงเหมือนเป็นจุดเริ่มต้น"

ขณะที่ นายชาญกิจ ชำนิวิภัยพงศ์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มวาฬไทย (ThaiWhales) มองว่าถ้าสิ่งหนึ่งที่พอจะทำได้ เราก็ควรจะให้ความสำคัญกับการเข้าถึงซากวาฬเพื่อให้ได้เร็วที่สุด และให้ได้สภาพที่ดีที่สุด เพื่อเราจะได้พบหลักฐานอะไรบางอย่างเพื่อบ่งชี้ให้ชัดเจนว่า เกิดจากอะไร

นอกจากนี้ การสร้างความเข้าใจให้คนในพื้นที่เมื่อเจอซากให้รีบแจ้งก็ถือเป็นอีกเรื่องสำคัญเพราะไม่อย่างนั้น ชีวิตและความเสี่ยงของวาฬบรูด้าก็จะยังคงเป็นปริศนาจมอยู่ก้นทะเลพร้อมซากวาฬตัวแล้วตัวเล่าอยู่อย่างนี้

"ถ้าเรามุ่งจะรักษาเขาไว้จริงๆ ตามที่เราตั้งใจไว้..เพราะจริงๆ แล้วมันก็จะรีเทิร์นมาสู่เรานั่นแหละว่าเขาให้ประโยชน์อะไรกับเราบ้าง" ผู้ก่อตั้งกลุ่มวาฬไทย (ThaiWhales) กล่าวทิ้งท้าย